<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>COSMOS Creature Archives - cdcosmos</title>
	<atom:link href="https://www.cdcosmos.com/category/cosmos-creature/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://www.cdcosmos.com/category/cosmos-creature/</link>
	<description></description>
	<lastBuildDate>Fri, 02 Jun 2023 04:08:15 +0000</lastBuildDate>
	<language>en-US</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.9.4</generator>

<image>
	<url>https://www.cdcosmos.com/wp-content/uploads/2023/08/cropped-logo-cd-cosmos_new-32x32.png</url>
	<title>COSMOS Creature Archives - cdcosmos</title>
	<link>https://www.cdcosmos.com/category/cosmos-creature/</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
	<item>
		<title>สัมผัสเสียงที่ไม่เคยได้ยินกับ ‘จอส—ธีรสุต’ เจ้าของเพจพื้นที่แห่งการทดลอง Experimentive</title>
		<link>https://www.cdcosmos.com/cosmos-creature/experimentive-interview/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[peerapong k]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 02 Jun 2023 04:08:09 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[COSMOS Creature]]></category>
		<category><![CDATA[Exotic Sound]]></category>
		<category><![CDATA[Experimentive]]></category>
		<category><![CDATA[Spiritual Post-Rock]]></category>
		<category><![CDATA[จอส ธีรสุต]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.cdcosmos.com/?p=91240</guid>

					<description><![CDATA[<p>Story by Nattharinee C. ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา ‘สื่ออิสระ’ ได้ถือกำเนิดขึ้นจากความหลากหลายทางไลฟ์สไตล์ แน่นอนว่าเสียงดนตรีก็เป็นอีกสิ่งหนึ่งที่เชื่อมต่อผู้คนเข้าหากันเพื่อพบพามาเจอประสบการณ์ใหม่ ๆ เช่นเดียวกับชายผู้หลงใหลในการออกจากเซฟโซนไปสัมผัสเสียงที่ไม่เคยได้ยินอย่าง ‘จอส—ธีรสุต เล็กอุทัย’ เจ้าของเพจ Experimentive ผู้ทำหน้าที่สื่อและจัดงานดนตรีสายทดลอง เช่น พรหมวิหาร, Spiritual Post-Rock และ Exotic Sound Vol.1-4 ที่เขาเชื่อว่าคนตัวเล็ก ๆ แบบเหล่านักฟังหรือศิลปินที่ถึงแม้ไม่ได้ยืนอยู่บนตลาดเมนสตรีมก็สามารถขับเคลื่อนวงการเพลงไทยได้ ทว่าจุดเริ่มต้นของความแปลกประหลาดทางเสียงที่เปิดประตูสู่โลกกว้างนั้นสร้างแรงบันดาลใจอะไรให้แก่เขาบ้าง ลองมาทำความรู้จักไปพร้อมกับเราได้ที่นี้เลย ที่มาของเพจ Experimentive อะไรที่ทำให้เราสร้างพื้นที่ตรงนี้ขึ้นมา ส่วนตัวผมเป็นแฟนเพลงของศิลปินนอกกระแสหลายคน และเห็นว่าบ้านเรามีศิลปินไทยเก่ง ๆ เยอะมาก ซึ่งพวกเขาไม่ค่อยมีพื้นที่สื่อหรือพื้นที่แสดงออกกัน การสร้างแพลตฟอร์มในชื่อ ‘Experimentive’ จุดประสงค์ส่วนหนึ่งก็เพื่อทดลอง เรียนรู้ โดยพยายามสนับสนุนศิลปินด้วยการบอกต่อ และเผยแพร่ผลงานของพวกเขา ผมหรือไม่ว่าใครในฐานะผู้ฟังเอง ก็อาจเป็นจุดเล็ก ๆ ที่ช่วยซัพพอร์ตทำให้ดนตรีแนวนี้ไปได้ไกลกว่าเดิมครับ ตั้งแต่วันแรกที่ได้ค้นพบในสิ่งนี้ มันทำให้เรากล้าเปิดรับอะไรใหม่ ๆ ด้วยหรือเปล่า? ถ้านับตั้งแต่จุดเริ่มต้นในหลาย ๆ ช่วงของการทำ Experimentive สำหรับผมมันเหมือนกับการได้ทำอะไรแปลกใหม่ครั้งแรกในชีวิตที่ไม่เคยทำมาก่อน</p>
<p>The post <a href="https://www.cdcosmos.com/cosmos-creature/experimentive-interview/">สัมผัสเสียงที่ไม่เคยได้ยินกับ ‘จอส—ธีรสุต’ เจ้าของเพจพื้นที่แห่งการทดลอง Experimentive</a> appeared first on <a href="https://www.cdcosmos.com">cdcosmos</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<p><strong>Story by Nattharinee C.</strong></p>



<p>ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา ‘สื่ออิสระ’ ได้ถือกำเนิดขึ้นจากความหลากหลายทางไลฟ์สไตล์ แน่นอนว่าเสียงดนตรีก็เป็นอีกสิ่งหนึ่งที่เชื่อมต่อผู้คนเข้าหากันเพื่อพบพามาเจอประสบการณ์ใหม่ ๆ เช่นเดียวกับชายผู้หลงใหลในการออกจากเซฟโซนไปสัมผัสเสียงที่ไม่เคยได้ยินอย่าง ‘จอส—ธีรสุต เล็กอุทัย’ เจ้าของเพจ <strong>Experimentive</strong> ผู้ทำหน้าที่สื่อและจัดงานดนตรีสายทดลอง เช่น พรหมวิหาร, Spiritual Post-Rock และ Exotic Sound Vol.1-4 ที่เขาเชื่อว่าคนตัวเล็ก ๆ แบบเหล่านักฟังหรือศิลปินที่ถึงแม้ไม่ได้ยืนอยู่บนตลาดเมนสตรีมก็สามารถขับเคลื่อนวงการเพลงไทยได้ ทว่าจุดเริ่มต้นของความแปลกประหลาดทางเสียงที่เปิดประตูสู่โลกกว้างนั้นสร้างแรงบันดาลใจอะไรให้แก่เขาบ้าง ลองมาทำความรู้จักไปพร้อมกับเราได้ที่นี้เลย</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img fetchpriority="high" decoding="async" width="1199" height="800" src="https://www.cdcosmos.com/wp-content/uploads/2023/06/image_6483441-1199x800.jpg" alt="" class="wp-image-91241" srcset="https://www.cdcosmos.com/wp-content/uploads/2023/06/image_6483441-1199x800.jpg 1199w, https://www.cdcosmos.com/wp-content/uploads/2023/06/image_6483441-600x400.jpg 600w, https://www.cdcosmos.com/wp-content/uploads/2023/06/image_6483441-768x512.jpg 768w, https://www.cdcosmos.com/wp-content/uploads/2023/06/image_6483441-1536x1025.jpg 1536w, https://www.cdcosmos.com/wp-content/uploads/2023/06/image_6483441.jpg 1857w" sizes="(max-width: 1199px) 100vw, 1199px" /></figure>



<h4 class="wp-block-heading"><strong>ที่มาของเพจ Experimentive อะไรที่ทำให้เราสร้างพื้นที่ตรงนี้ขึ้นมา</strong> </h4>



<p>ส่วนตัวผมเป็นแฟนเพลงของศิลปินนอกกระแสหลายคน และเห็นว่าบ้านเรามีศิลปินไทยเก่ง ๆ เยอะมาก ซึ่งพวกเขาไม่ค่อยมีพื้นที่สื่อหรือพื้นที่แสดงออกกัน การสร้างแพลตฟอร์มในชื่อ ‘Experimentive’ จุดประสงค์ส่วนหนึ่งก็เพื่อทดลอง เรียนรู้ โดยพยายามสนับสนุนศิลปินด้วยการบอกต่อ และเผยแพร่ผลงานของพวกเขา ผมหรือไม่ว่าใครในฐานะผู้ฟังเอง ก็อาจเป็นจุดเล็ก ๆ ที่ช่วยซัพพอร์ตทำให้ดนตรีแนวนี้ไปได้ไกลกว่าเดิมครับ</p>



<h4 class="wp-block-heading"><strong>ตั้งแต่วันแรกที่ได้ค้นพบในสิ่งนี้ มันทำให้เรากล้าเปิดรับอะไรใหม่ ๆ ด้วยหรือเปล่า?</strong> </h4>



<p>ถ้านับตั้งแต่จุดเริ่มต้นในหลาย ๆ ช่วงของการทำ Experimentive สำหรับผมมันเหมือนกับการได้ทำอะไรแปลกใหม่ครั้งแรกในชีวิตที่ไม่เคยทำมาก่อน แน่นอนว่าเราพร้อมเปิดรับเสมอ อาจจะเรียกว่าเป็นความกล้าก็ได้ครับ และน่าจะเป็นแบบกล้า ๆ กลัว ๆ เช่น การออกไปฟังแนวดนตรีที่แตกต่างกัน ****รวมถึงการได้รู้จักศิลปินและได้เข้าใจวิธีคิด วิธีการทำงานของพวกเขา ยิ่งการได้ลองปรับมุมมอง จากที่เราเคยเป็นผู้ฟังอย่างเดียว พอกลายมาเป็นสื่อ และบางครั้งก็เป็นผู้จัดซึ่งต้องทำงานกับศิลปิน ยิ่งทำให้เราออกจากกรอบความคิดเดิม ๆ ทั้งเรื่องการทำงานและใช้ชีวิตครับ</p>



<h4 class="wp-block-heading"><strong>มนต์เสน่ห์ของแนวเพลงสายทดลองหรือดนตรีทางเลือกในมุมมองของเรา</strong> </h4>



<p>ผมกลับมองคำว่า ‘ดนตรีทดลอง’ เป็นชื่อเรียกกว้าง ๆ ของลักษณะกระบวนการสร้างผลงานของศิลปินมากกว่า เพราะมันไม่ได้เจาะจงประเภทหรือจำกัดความว่าเป็นแนวเพลงอะไรอย่างตายตัว แต่มันคือความคิดสร้างและการรังสรรค์ ความกล้าที่จะหลุดออกจากกรอบ ทั้งกรอบจารีตประเพณี ผลลัพธ์ทางธุรกิจ หรืออะไรก็แล้วแต่ สิ่งเหล่านี้คือเสน่ห์ที่ประกอบกับตัวดนตรี ทำให้เราสามารถสัมผัสมิติที่ลึกขึ้นนอกเหนือจากการฟังเสียงเพียงมิติเดียว</p>



<h4 class="wp-block-heading"><strong>จากการจัดงานอีเวนต์เล็ก ๆ ในฐานะผู้จัด Individual สู่การจัดสเกลงานใหญ่ อย่างการไปร่วมมือกับทีม ‘Mahahere’ และ ‘มูเตลูแลนด์’ นับเป็นเป้าหมายที่เคยคาดฝันมาก่อนหรือเปล่า?</strong> </h4>



<p>พอเริ่มตัดสินใจทำตรงจุดนี้ ทั้งการจัดดนตรีดูกันเองในบ้าน สู่การทำอีเวนต์สเกลเล็กซึ่งมีรสชาติงานดนตรีในแบบของตัวเอง จนมีผู้ใหญ่ในทีม Mahahere หรือ มูเตลูแลนด์ มามองเห็น ถือเป็นเรื่องมหัศจรรย์สำหรับผมมากเลยครับ มันทำให้ผมเชื่อเรื่องความบังเอิญที่ไม่บังเอิญ แถมนำพาผมไปพบเจอผู้คนและหลายสิ่งหลายอย่างมากมายที่ค่อย ๆ เชื่อมต่อกัน ตอนนี้ยังแอบคิดอยู่ว่า ถ้าเราทำต่อไปอย่างมีระบบแบบแผน คอมมิวนิตี้ก็คงเติบโตขึ้น โดยทิศทางก็จะ Improvise พัฒนาลื่นไหลไปเรื่อย ๆ ตามประสบการณ์ที่ได้รับมาหลังจากการทำงานแต่ละงาน ต้องขอขอบคุณสำหรับโอกาสดี ๆ นะครับ</p>



<h4 class="wp-block-heading"><strong>3 คอนเสิร์ตสุดประทับใจและงานดนตรีที่ทำให้เคยเสียน้ำตา</strong> </h4>



<p>จริง ๆ แล้ว งานดนตรีที่ทำเอาเสียน้ำตามีหลายงานมากครับ (หัวเราะ) ประกอบว่าช่วงนั้นผมมีภาวะจิตใจอ่อนไหวด้วย แต่การร้องไห้ในที่นี้ เกิดขึ้นจากความรู้สึกที่ท่วมท้นในหลากหลายอารมณ์ เหมือนเป็นการปลดปล่อยที่ทำให้รู้สึกดีน่ะครับ ส่วนสามงานที่เลือกมาล้วนเป็นงานที่มีอิทธิพลต่อชีวิตผมในแง่ของการฟังเพลงเลยครับ เช่น</p>



<p>งานโปรโมท EP Album ‘Surfing Ghost’ ของวง <strong>Wednesday</strong> ที่ช่างเชื่อม (ช่างชุ่ย) เมื่อธันวาคมปี 2017 ตอนนั้นไม่ได้ฟังเพลงหรือดูดนตรีนานมาก งานนี้ผมบังเอิญไปดูแล้วตกใจครับ เพราะไม่เคยเห็นอะไรแบบนี้มาก่อน เป็นเหตุการณ์ที่ทำให้หันกลับมาฟังเพลงอย่างจริงจังครับ ถัดมาเป็นการชมศิลปะมัดเชือกแบบ Shibari โดยอาร์ตทิสที่ชื่อ <strong>Unnamedminor</strong> ช่วงพฤศจิกายนปี 2019 ซึ่งเบื้องหลังเป็นดนตรีประกอบฉากของศิลปินนาม <strong>Space War</strong> คือเขาใช้พิณประดิษฐ์เสียงแบบที่เราไม่เคยได้ยินมาก่อนยิ่งทำให้มุมมองความรู้สึกต่อการฟังเพลงเปลี่ยนไป เจ๋งดีครับ</p>



<p>และสำหรับ <strong>Post-Gazer 3</strong> เทศกาลดนตรีแนวโพสต์ร็อคที่จัดขึ้นเมื่อเดือนธันวาคมปี 2020 ก็เป็นสิ่งที่ตอกย้ำผมว่า ยังมีกลุ่มคนฟังที่ชอบดนตรีเฉพาะทางแนวเดียวกันอยู่ ซึ่งงานนี้เป็นส่วนหนึ่งของแรงบันดาลใจในการทำเพจ Experimentive ต่อมาครับ</p>



<h4 class="wp-block-heading"><strong>วงการดนตรีนอกกระแสและซีนอันเดอร์กราวนด์มิวสิคภายใน 3 ปีข้างหน้าจากสายตาของเรา</strong> </h4>



<p>ผมคิดว่าซีนดนตรีนอกกระแสในอีก 3 ปีข้างหน้า จำนวนของศิลปินจะเพิ่มขึ้นครับ เพราะเทคโนโลยีการทำเพลงเข้าถึงง่ายขึ้น ทุกคนสามารถผลิตผลงาน Original จากที่ไหนก็ได้ ศิลปินไทยที่มีความสามารถสูงมีอยู่เยอะมาก ๆ พวกเขากำลังรอการค้นพบ รองลงมาคือกลุ่มคนดู บ้านเรามีหลากหลายกลุ่มผู้ฟังที่กระจัดกระจายกันออกไป แต่บางคนอาจจะไม่มีสิทธิเข้าถึง อันนี้โทษใครไม่ได้เลยครับ ด้วยเหตุผลของโครงสร้างที่ฝังรากลึก การใช้จ่ายเพื่อเข้าถึงสื่ิอบันเทิงยังคงเป็นสิ่งฟุ่มเฟือยอยู่ หากมองในแง่ของค่าแรงขั้นต่ำและระบบเศรษฐกิจ รวมถึงพื้นที่การจัดงานอีเวนต์ในหลายจังหวัด</p>



<p>อีกสิ่งหนึ่งที่คือ วงการนอกกระแสจะเติบโตได้ ก็ต้องพึ่งการตลาดและคอนเนคชั่น ไม่ว่าจากค่ายเพลงหรือที่ใดก็ตาม การประชาสัมพันธ์และฐานแฟนที่แข็งแรงก็จำเป็นมากครับ ส่วนตัวอยากให้สังคมมองเห็นคุณค่าของศิลปินที่สร้างดนตรีในแง่ศิลปะจริง ๆ ดีที่สุดในตอนนี้คือการซัพพอร์ตด้วยเงิน ไม่ว่าจะเป็นการไปดูโชว์หรือซื้อ Merch ของศิลปินที่ชอบ เพราะพวกเขาไม่ต้องเอาเวลาไปลงแรงกับการทำงานนอกเวลามากนัก และสามารถใช้เวลาที่มีเพื่อสร้างและพัฒนางานของตัวเองให้ดีขึ้น หรืออย่างน้อย ๆ การบอกต่อก็ช่วยให้ผลงานในโลกออนไลน์ของพวกเขาถูกเผยแพร่ออกไป ผมเข้าใจว่าดนตรีอาจเป็นเพียง Entertainment ชนิดหนึ่ง แล้วแต่รสนิยมของแต่ละบุคคล แต่ถ้ามองภาพกว้าง ๆ ประเทศไทยมีอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวเป็นรายได้ลำดับต้น ๆ ระดับประเทศ ศิลปะดนตรีก็เป็น Soft Power อย่างหนึ่งที่หากเราส่งเสริมกันดี ๆ ก็มีประสิทธิภาพไม่น้อยกว่าสิ่งอื่นเลย</p>



<p>ยังไงฝากติดตามได้ทั้งช่องทาง Facebook, Instagram และ TikTok นะครับ ผมจะพยายามไปทุกที่ที่มีคนเห็น ส่วนงานดนตรี เราจะตั้งใจจัดงานเล็ก ๆ ในรสชาติเฉพาะตัวของ Experimentive อย่างสม่ำเสมอ ใครที่อยากลองชิม เชิญชวนนะครับ มันอาจเป็นรสชาติที่คุณรอคอยมาทั้งชีวิตก็เป็นได้</p>
<p>The post <a href="https://www.cdcosmos.com/cosmos-creature/experimentive-interview/">สัมผัสเสียงที่ไม่เคยได้ยินกับ ‘จอส—ธีรสุต’ เจ้าของเพจพื้นที่แห่งการทดลอง Experimentive</a> appeared first on <a href="https://www.cdcosmos.com">cdcosmos</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>Non Non Non ปาร์ตี้และคอมมิวนิตีที่อยากให้มีพื้นที่สำหรับทุกคน</title>
		<link>https://www.cdcosmos.com/cosmos-creature/non-non-non-interview/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[peerapong k]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 01 Jun 2023 09:24:52 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[COSMOS Creature]]></category>
		<category><![CDATA[LGBTQ+]]></category>
		<category><![CDATA[Mae Happyair]]></category>
		<category><![CDATA[Non Non Non]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.cdcosmos.com/?p=91215</guid>

					<description><![CDATA[<p>คลับซีนกรุงเทพคึกคักขึ้นมาก ๆ ในช่วงไม่กี่ปีมานี้ เพราะเราเริ่มเห็นปาร์ตี้มากขึ้นโดยมีแนวดนตรีมากมายเป็นตัวเลือกให้ได้ไปลองฟังหรือเต้น รวมถึงเพื่อน ๆ เราหลายคนเริ่มไปเป็นดีเจกันเพิ่มขึ้นทุกวัน แต่สำหรับ PRIDE Month แบบนี้ เราขอชวน Mae Happyair หรือ เม ตัวตั้งตัวตี artist collective และปาร์ตี้ Non Non Non ที่ขึ้นชื่อว่าเน้นเพลงเร็ว เพลงหนัก และยังเป็น queer friendly สนับสนุนคอมมิวนิตี LGBTQ+ มาเป็นเวลายาวนาน ซึ่งตอนนี้เธอเองก็มีโปรเจกต์มากมายล้นมือ โดยหวังว่าจะมีพื้นที่สำหรับทุกคนได้มาร่วมสนุกกันและทำให้แดนซ์ฟลอร์ใหญ่ขึ้นเรื่อย ๆ Mae Happyair คือใคร เริ่มดีเจตั้งแต่เมื่อไหร่ เมื่อก่อนพี่เมก็เป็นเด็กธรรมดาคนนึงเนี่ยแหละค่ะ ย้ายมหาลัยบ่อยมาก สี่ครั้ง พี่มีความรู้สึกว่าโหยหาอิสรภาพมาตั้งแต่สมัยที่ยังอยู่กับพ่อแม่ พี่ติดมหาลัยที่อีสาน คือสมัยนั้นต่างจังหวัดไม่ได้มีอะไรที่เราอยากทำ พี่เลยคิดว่าถ้าชั้นจะได้มีอิสระตอนเข้ามหาลัยปี 1 ชั้นควรจะได้อยู่ในที่ที่ดีกว่านี้ ก็เลยเอาคะแนนมาลงใหม่ที่กรุงเทพ ได้เข้ามหาลัยเกษตรศาสตร์ เรารู้สึกว่าตัวเองเป็นคนที่ทำอะไรแล้วทำให้มันสุด ตอนเรียนวิทยาศาสตร์เราก็เต็มที่กับมันจริงๆ เกือบจะได้เป็นนักวิทยาศาสตร์ละ เราอยากทำอะไรหลายอย่างมาก เหมือนใจมันพาไป แล้วสุดท้ายเราก็หยุดเรียน</p>
<p>The post <a href="https://www.cdcosmos.com/cosmos-creature/non-non-non-interview/">Non Non Non ปาร์ตี้และคอมมิวนิตีที่อยากให้มีพื้นที่สำหรับทุกคน</a> appeared first on <a href="https://www.cdcosmos.com">cdcosmos</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<p>คลับซีนกรุงเทพคึกคักขึ้นมาก ๆ ในช่วงไม่กี่ปีมานี้ เพราะเราเริ่มเห็นปาร์ตี้มากขึ้นโดยมีแนวดนตรีมากมายเป็นตัวเลือกให้ได้ไปลองฟังหรือเต้น รวมถึงเพื่อน ๆ เราหลายคนเริ่มไปเป็นดีเจกันเพิ่มขึ้นทุกวัน แต่สำหรับ PRIDE Month แบบนี้ เราขอชวน <strong>Mae Happyair</strong> หรือ เม ตัวตั้งตัวตี artist collective และปาร์ตี้ <strong>Non Non Non</strong> ที่ขึ้นชื่อว่าเน้นเพลงเร็ว เพลงหนัก และยังเป็น queer friendly สนับสนุนคอมมิวนิตี LGBTQ+ มาเป็นเวลายาวนาน ซึ่งตอนนี้เธอเองก็มีโปรเจกต์มากมายล้นมือ โดยหวังว่าจะมีพื้นที่สำหรับทุกคนได้มาร่วมสนุกกันและทำให้แดนซ์ฟลอร์ใหญ่ขึ้นเรื่อย ๆ</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img decoding="async" width="1198" height="800" src="https://www.cdcosmos.com/wp-content/uploads/2023/06/DSC_1994-1198x800.jpg" alt="" class="wp-image-91216" srcset="https://www.cdcosmos.com/wp-content/uploads/2023/06/DSC_1994-1198x800.jpg 1198w, https://www.cdcosmos.com/wp-content/uploads/2023/06/DSC_1994-599x400.jpg 599w, https://www.cdcosmos.com/wp-content/uploads/2023/06/DSC_1994-768x513.jpg 768w, https://www.cdcosmos.com/wp-content/uploads/2023/06/DSC_1994-1536x1025.jpg 1536w, https://www.cdcosmos.com/wp-content/uploads/2023/06/DSC_1994-2048x1367.jpg 2048w, https://www.cdcosmos.com/wp-content/uploads/2023/06/DSC_1994-600x401.jpg 600w" sizes="(max-width: 1198px) 100vw, 1198px" /></figure>



<p><strong>Mae Happyair คือใคร เริ่มดีเจตั้งแต่เมื่อไหร่</strong></p>



<p>เมื่อก่อนพี่เมก็เป็นเด็กธรรมดาคนนึงเนี่ยแหละค่ะ ย้ายมหาลัยบ่อยมาก สี่ครั้ง พี่มีความรู้สึกว่าโหยหาอิสรภาพมาตั้งแต่สมัยที่ยังอยู่กับพ่อแม่ พี่ติดมหาลัยที่อีสาน คือสมัยนั้นต่างจังหวัดไม่ได้มีอะไรที่เราอยากทำ พี่เลยคิดว่าถ้าชั้นจะได้มีอิสระตอนเข้ามหาลัยปี 1 ชั้นควรจะได้อยู่ในที่ที่ดีกว่านี้ ก็เลยเอาคะแนนมาลงใหม่ที่กรุงเทพ ได้เข้ามหาลัยเกษตรศาสตร์ เรารู้สึกว่าตัวเองเป็นคนที่ทำอะไรแล้วทำให้มันสุด ตอนเรียนวิทยาศาสตร์เราก็เต็มที่กับมันจริงๆ เกือบจะได้เป็นนักวิทยาศาสตร์ละ เราอยากทำอะไรหลายอย่างมาก เหมือนใจมันพาไป แล้วสุดท้ายเราก็หยุดเรียน พ่อแม่โกรธมาก พอออกมาเราก็เริ่มมาหยิบจับนั่นนี่ เรามีทักษะศิลปะอยู่บ้าง เป็นคนชอบวาดรูป ชอบงานดีไซน์ ของสวยๆงามๆ เราก็เนียนไปช่วยเพื่อนจิตรกรรมที่มหาวิทยาลัยอื่น</p>



<p>ต่อมาก็เริ่มไปเที่ยว ก็เรียกว่าปาร์ตี้จนได้ดี ตอนนั้นไป Club Culture ก็ทำให้เราเริ่มรู้จักกับเพื่อนใหม่ๆ ก็เลยโดนชวนให้ไปทำงานเป็นผู้ช่วยหนังสือไฮแฟชันเจ้านึง ทำได้อยู่ 4-5 ปี ทำงานไปด้วย แล้วก็สมัครเข้าเรียนมหาลัยภาคพิเศษอีกครั้ง ได้เรียนมหาลัยศิลปะสมดั่งใจ พลังงานเยอะมากตอนนั้น ทำงาน เรียน เปิดเพลง ปั่นจักรยานไปเปิดเพลงด้วยตอนนั้น ชิดลม-ทองหล่อ&nbsp;</p>



<p>พอเรียนจบก็เริ่มเฟดออกจากงานแฟชันมาทำดนตรีจริงจัง ไม่รู้ออกมาได้ไง รู้ตัวอีกทีก็คือตื่นเช้านั่งคัดเพลง ซื้อเพลง ฝึกซ้อม กลายเป็นกิจวัตรประจำวันของเราไปแล้ว</p>



<p><strong>อะไรคือสิ่งที่ได้กลับมา</strong></p>



<p>ออกจากงานประจำ (ซึ่งทำได้แป๊บเดียว) ทุกเช้าเราจะมาก่อนเกือบชั่วโมง เปิดเพลงฟัง ถามว่าทำไมกูอยู่ตรงนี้วะ ไม่มีพลังชีวิตเอาซะเลย เลยลาออกจากงาน ช่วงนั้นกำลังทดลงใช้ชีวิตแบบ minimalist ไปอ่านหนังสือเจอ (หัวเราะ) ขายของแบรนด์เนมที่มี เสื้อผ้าที่เคยใช้ตอนเป็นสไตลิสต์ ได้เงินก้อนนึง (ถือว่าเยอะมาก ขนาดขายของถูกๆนะ) แบ่งเงินที่ได้ย้ายอาพาร์ทเมนท์ใหม่ ได้คุณภาพชีวิตดีขึ้น เงินอีกครึ่งเอาไปเที่ยว&nbsp;</p>



<p>พี่ไปเที่ยวยุโรป แล้วเจอคนประเภทเดียวกัน เหมือนไปเจอบ้านของตัวเอง เจอเพื่อนเกย์ลากไปคลับอันเดอร์กราวด์ เต้นเพลงเทคโน industrial ‘ใครบอกวะว่าเกย์ฟังแต่เพลงป๊อป’ จบทริปอัมสเตอดัมนั่งรถไฟไปต่อที่เบอร์ลิน ก็ฮอปไปทุกที่ไม่รู้วันรู้คืน ต่อคิวเข้า Berghain ก็ได้เข้าแบบฟลุ๊ก ๆ อยู่ในนั้นเดินไปเดินมา แต่เราไม่ได้รู้สึกว่าไปเพื่อเอาอะไร คือลอยตามลมจริง เมาม้าก จนถึงเวลาต้องกลับ เหมือนโดนดีดให้ตื่น ไปขึ้นเครื่องกลับที่อัมสเตอดัมแล้วบอกตัวเองว่า ‘เฮ้ย ถ้ารักดนตรีมากขนาดนี้ ต้องดูแลตัวเองให้ดีนะ เพราะถ้าดูแลตัวเองไม่ดี งานเราก็ทำร้ายเราได้เหมือนกัน’ ตรงนี้ก็เป็นจุดเปลี่ยนให้เราต้องปรับตัวเอง</p>



<p>เรื่องรสนิยมเพลงมันไม่ได้สะท้อนเรามากเท่าไหร่ มันยังหาฟังได้ แต่มันไปได้ความคิดนี้มา&nbsp;&nbsp;</p>



<p>กลับมาตรงที่ว่ากลับมาได้ยังไง หลังจากกลับมามันจุดต่อจุด มันยิ่งทำให้เราอยากทำงาน เราอยากพรีเซนต์คุณภาพของดนตรีในคอมมูนิตี้เรา ใครยังชอบเพลงป๊อบก็ชอบไป เราคลั่งไคล้สิ่งนี้ เราก็อยากทำในแบบของเรา</p>



<p>แล้วเราก็ลุย NON NON NON ต่อ จริงๆทำไว้ งานสองงานจำไม่ได้ก่อนไปเที่ยว ไม่ได้วาดฝันอะไรไว้เท่าไหร่ ตอนนั้นมีกันอยู่สามคน กระจัดกระจายแยกย้ายกันไป ตอนนี้มีเราคนเดียว ซึ่งทำงานเหมือนเป็นทีม คิดอะไรได้ก็ทำเลย</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img decoding="async" width="1198" height="800" src="https://www.cdcosmos.com/wp-content/uploads/2023/06/DSC_2030-1198x800.jpg" alt="" class="wp-image-91217" srcset="https://www.cdcosmos.com/wp-content/uploads/2023/06/DSC_2030-1198x800.jpg 1198w, https://www.cdcosmos.com/wp-content/uploads/2023/06/DSC_2030-599x400.jpg 599w, https://www.cdcosmos.com/wp-content/uploads/2023/06/DSC_2030-768x513.jpg 768w, https://www.cdcosmos.com/wp-content/uploads/2023/06/DSC_2030-1536x1025.jpg 1536w, https://www.cdcosmos.com/wp-content/uploads/2023/06/DSC_2030-2048x1367.jpg 2048w, https://www.cdcosmos.com/wp-content/uploads/2023/06/DSC_2030-600x401.jpg 600w" sizes="(max-width: 1198px) 100vw, 1198px" /></figure>



<p><strong>ทำไมไม่หาคนมาช่วย</strong></p>



<p>หนึ่ง ระหว่างที่พี่จะถ่ายทอดสิ่งที่พี่คิดซึ่งมัน abstract มากให้คนอื่นฟัง มันยากอ่ะ สอง กว่าเขาจะทำมันขึ้นมาให้พี่ ยากไปอีก พี่เคยเกือบจะมีผู้ช่วยคนนึง เขาเรียนจบมาอย่างดีเลยแหละ คุณสมบัติพร้อมทำงานมาก เด็กไฟแรง แต่ไฟเขามอดตั้งแต่วันแรกที่คุยกับพี่เลย (หัวเราะ) คือพี่คุยกับเขาไปเรื่อย ๆ อยากให้เคมีตรงกัน แล้วพี่พยายามจะบอกเขาว่า ลืมเรื่องเพอร์เฟกชันนิสต์ไป ขีดๆเขียนๆมาก่อน ค่อยมาดูกันว่าจะไปต่อแบบไหน</p>



<p>เนี่ยมันเลยยังต้องทำเองอยู่ เพราะพี่ฟุ้งพี่ก็ทำเลย สังเกตว่าทุกอย่างงานของพี่มันไม่ได้ซับซ้อน อาร์ตเวิร์กง่าย ๆ สื่อสารว่าเรากำลังทำอะไร</p>



<p>สุดท้ายก็ไม่มีผู้ช่วย แต่ก็ไม่เร่ง ให้เป็นพรหมลิขิต เดี๋ยววันนึงมันก็เข้ามาเอง เพราะตอนนี้พี่ก็ยังเอาอยู่ ยังไม่ร้องขอชีวิตเท่าไหร่ แต่ใกล้ละ (หัวเราะ)</p>



<p><strong>Non Non Non คืออะไร</strong></p>



<p><strong>Non Non Non</strong> มันคือจิตใต้สำนึก มันคือตัวตนของพี่ พี่เป็นเด็กติดเกม The Sims, Contra พี่เคยเข้าโรงบาลเพราะเล่นเกมจนน็อกคาจอคอม ไม่กินข้าว ไม่หลับไม่นอน ชอบดูการ์ตูน เชื่อเรื่องเอเลี่ยน แล้วสิ่งเหล่านี้รวมๆมันก็พูดยาก (หัวเราะ) พอความคิดมันลอยเข้ามา เราถนัดที่จะสื่อออกมาเป็นวิชวล อย่างชื่องาน ‘Speed Queen’ ที่ผ่านมา คือวันนึงเดินเล่นกับแฟน แล้วก็ไปเห็นร้านขายเครื่องซักผ้ายี่ห้อ Speed Queen แค่นั้นแหละ ก็เลยแบบ เฮ้ย มึง เอา ชื่อนี้ใช่ มันเกย์มาก แม่งโคตรเป็นเรา อะไรไม่รู้ผ่านหูผ่านตามันกลายมาเป็นปาร์ตี้ได้หมด มันคือลมหายใจเข้าออกของเรา</p>



<p>คือเราหาเสาปักหลักที่จะตั้งเรื่องใดเรื่องนึงยาก วันนึง <strong>Non Non Non </strong>จะกลายเป็นอะไรไม่รู้ก็แล้วแต่มันไป เพราะพี่คิดว่าพี่ไม่อยากเป็นคนจัดปาร์ตี้ที่ปาร์ตี้ตายไปกับอายุ พี่อยากปล่อยให้มันไหล ๆ ไปตามโลกใบนี้ (หัวเราะ) พี่อาจจะแก่ขึ้น ความคิดแก่ขึ้น อาจจะมีคนรุ่นใหม่มาทำงานด้วย ก็อาจจะกลายเป็นอีกบริบทนึง ตอนนี้ก็ยังไม่รู้</p>



<p>ก่อนหน้านี้เราสร้างที่นี่ขึ้นมาเพื่อซัพพอร์ตดีเจเควียร์ จริง ๆ เราอยากปั้นดีเจเควียร์หน้าใหม่ขึ้นมา แต่มันน้อยมาก ถ้ามีเขาก็อาจจะไม่ได้จริงจังกับมันมาก&nbsp;</p>



<p>NON NON NON มันคือความสุขของเรา&nbsp; อยากจัดปาร์ตี้ที่มีแต่เพลงหนักๆเพลงเร็วๆ ซัก 7 ชั่วโมง มันเกิดแรงดึงดูดคนที่ชอบสิ่งเดียวกันมาเจอกัน เมื่อก่อนเวลาเปิดเพลงทุกวันก็ท้ออ่ะ อยากเป็นคนฟังบ้าง อยากเต้นเพลงมันๆโดยที่เราไม่ต้องเป็นคนเปิดบ้าง ตอนนี้ฝันเป็นจริง</p>



<p><strong>ซึ่งก็คือ hard techno?</strong></p>



<p>เหมือนสมัยเด็กเราหาเพลงฟัง มันก็ไม่ได้มี hard techno ให้ฟัง ตอนนั้นพี่เมชอบฟัง electroclash, darkwave, post punk, electronica ซาวด์มันวนๆอยู่ประมาณนี้ มันเป็นซาวด์ที่บ่งบอกถึงบุคลิคเรา จริง ๆ hard techno ซาวด์มันก็มีรากมาจากพวกนั้นแหละ พอบีตมันเริ่มหนักขึ้น BPM เร็วขึ้น ก็กลายมาเป็น hard techno ด้วยความที่มันฟังแล้วเอเนอร์จี้มันมา มันทำให้อะดรินาลีนเราพุ่งพล่าน</p>



<p><strong>BPM เร็วสุดที่เคยเปิด</strong></p>



<p>เอาจริงเลเวลที่พี่ชอบคือ 145-150 แต่พี่เคยเปิดไปถึง 170 เป็นเพราะว่าดีเจคนก่อนหน้าพี่มันไม่ลง พี่เลยต้องค่อย ๆ ดึงจาก 170-180 ไหลลงมาถึง 150 แต่พี่ต้องใช้เวลาพักนึงในการดึงลงมา แล้วพี่ก็มีความรู้สึกว่ามันไม่สามารถลงได้มากกว่านั้นแล้วเพราะคนมันเอาแล้ว ซึ่งมันก็ไม่ได้แย่ พอ BPM มันเปลี่ยนมันก็เกิดเป็นเพลงใหม่ แล้วคน <strong>Non Non Non</strong> ให้มากเท่าไหร่เขาก็สนุกไปกับเรา ชื่นใจ</p>



<p><strong>คนส่วนใหญ่ที่มางานเป็นใคร</strong></p>



<p>คนใน <strong>Non Non Non</strong> เป็นช่วงอายุที่กว้างมาก ตั้งแต่ 20 จนถึง 40 นิด ๆ แล้วก็พี่ชอบจัดปาร์ตี้ให้คนไม่รู้จักฟัง เพราะพี่มีความรู้สึกว่า คนรู้จักอะ ยังไงก็รักพี่ แต่ทำงานกับคนที่ไม่รู้จักมันชาเลนจ์ดี แล้วพอเขามาเพราะงานเรา คนที่ไม่รู้จักกันก็จะได้รู้จักกัน ทำให้คอมมิวนิตีมันใหญ่ขึ้น</p>



<p><strong>ทำไมจัดงานเริ่มเร็ว</strong></p>



<p>ตอนมี <strong>Non Non Non</strong> แรก ๆ มีน้องสองคน มันเกิดปัญหาที่ว่าทุกคนอยากเล่นพีคไทม์หมด แล้วคลับตอนนั้นคนมันก็เดินเข้าตอนสี่ทุ่มห้าทุ่ม แล้วตีสองก็ปิดแล้ว ฉะนั้นถ้าจะพีคไทม์ต้องเป็นเที่ยงคืนถึงตีหนึ่ง ซึ่งมันตีกัน ก็ทำอะไรไม่ได้ ทุกอย่างทำให้แยกย้ายกันไป พี่ก็คิดอยู่ในใจมาตลอดว่าไม่รู้เราจะทำยังไงให้เราแก้ปัญหาตรงนี้ได้ แล้วเรารู้สึกแย่ รู้สึกผิดมาตลอดว่าเราเอาใครมาก่อนมาหลัง พี่มองว่าคนเล่นเร็วเก่งนะ ทุกคนเก่งหมด แต่เขาจะไม่รู้สึกว่าตัวเองเก่งเพราะไม่ได้เล่นในเวลาที่ได้แสดงออกจริง ๆ</p>



<p>พอหลังจากโควิดผ่านไป ทุกอย่างกลับมาประจวบเหมาะกับว่าคนอยากปาร์ตี้ คนมันเอาด้วย แล้วเราก็มาเจอช่วงที่ปาร์ตี้เปิดได้ถึงเที่ยงคืน ดีเจที่อยากเปิดเพลงเร็วก็มีเยอะไปหมด เราเลยถือโอกาสเปิดให้ไวขึ้น ก็ให้ทุกคนใส่เลเวลเดียวกันตั้งแต่ทุ่มนึงไปเลย แล้วพี่มีความรู้สึกว่าเมื่อเขาเป็นดีเจ เมื่อเขาเตรียมเพลงดี ๆ มาเปิดแล้ว และในฐานะที่เราเป็นโปรโมเตอร์ เราก็ต้องบอกให้คนที่มางานเรามาเร็ว มันเป็นหน้าที่ของเราด้วยที่ต้องบอกให้คนรู้ว่าเราพรีเซนต์อะไรอยู่ มันก็เลยกลายเป็นปาร์ตี้ที่ไม่มีวอร์มอัป จะมาช้ามาเร็วเพลงกูก็เร็วอยู่ดี ก็มาเร็ว เต้นเร็ว กลับบ้านเร็ว ไปนอนแฮงก์วันอาทิตย์ มีเวลาตื่นไปทำงานวันจันทร์เฟรช ๆ</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1198" height="800" src="https://www.cdcosmos.com/wp-content/uploads/2023/06/DSC_7665-1198x800.jpg" alt="" class="wp-image-91222" srcset="https://www.cdcosmos.com/wp-content/uploads/2023/06/DSC_7665-1198x800.jpg 1198w, https://www.cdcosmos.com/wp-content/uploads/2023/06/DSC_7665-599x400.jpg 599w, https://www.cdcosmos.com/wp-content/uploads/2023/06/DSC_7665-768x513.jpg 768w, https://www.cdcosmos.com/wp-content/uploads/2023/06/DSC_7665-1536x1025.jpg 1536w, https://www.cdcosmos.com/wp-content/uploads/2023/06/DSC_7665-2048x1367.jpg 2048w, https://www.cdcosmos.com/wp-content/uploads/2023/06/DSC_7665-600x401.jpg 600w" sizes="auto, (max-width: 1198px) 100vw, 1198px" /></figure>



<p><strong>ที่จัด secret location ตั้งใจจะให้งานนี้เป็น safe space ของ LGBTQ+ ด้วยไหม</strong></p>



<p>พี่ไม่ได้มีเป้าหมายจะสื่อว่าเราแยกออกมาเพื่อเป็น independent world สำหรับเควียร์ แต่พี่มองว่าสำหรับพี่พี่ได้ทุกอย่างแล้วใน music industry นี้ พี่เปิดโรงเรียนสอนดีเจ พี่ก็ควรให้สถานที่กับคนรุ่นใหม่ด้วย แล้วเวนิวที่มี sound quality ดี ๆ ก็มีไม่กี่ที่ พี่ก็อยากให้ที่ตรงนั้นเป็นของคนรุ่นใหม่ ได้เห็นน้อง ๆ รุ่นใหม่ได้เปิดเพลงในคลับดีๆเพราะสมัยเรามันไม่มี พอออกมาจัดข้างนอกมันก็ตื่นเต้นดีสำหรับเรา มันชาเลนจ์ว่าเขาจะตามกูไปปะวะ (หัวเราะ)</p>



<p>พอเราออกมาหาสถานที่จัดงาน เราก็ต้องสู้กับใจตัวเอง มันอยากได้นั่นได้นี่ เพิ่มอันนั้น แต่งตรงนี้ เครื่องเสียงร้านบอก ‘กูมีลำโพงให้มึงตั้ง 4 ตัว มึงอยากได้เพิ่มอีก 2’ เอาน่ะ กูอยากได้เอง จ่ายเอง เดี๋ยวยกเอง ติดตั้งเองด้วย ก็เนี่ยมันเลยหาคนมาทำงานด้วยยาก เพราะถ้าพี่อยากเอา พี่ก็ต้องได้ (หัวเราะ)</p>



<p>อันที่จริง secret location มันทำให้เรื่อง safe space เด่นมาโดยอัตโนมัติ ด้วยความรู้สึกว่า’แม่เอาอยู่’&nbsp; คนที่มางานเราก็พอจะรู้จัก <strong>Mae Happyair</strong> อยู่บ้าง เค้ารู้ว่าเราทำอะไร เรารักคอมมูนิตี้นี้มากแค่ไหน กฎที่เราประกาศไว้ ก็เป็นกฏกลางๆ ไม่ได้เคร่งหรือจำกัดพฤติกรรมจนเกินพอดี พอคนจำนวนหนึ่งเคารพ มันก็เกิด prototype ขึ้นหนึ่ง สอง สาม กลายเป็นทุกคนช่วยกันดูแลตรงนี้ให้เกิดเป็น safe space</p>



<p><strong>เคยมีงานนึงที่สนับสนุนคอมมิวนิตี LGBTQ+ และมีส่วนลดให้สำหรับ trans ก็มีคนแอบอ้างเอาส่วนลดเข้างาน</strong></p>



<p>พี่โกรธมาก คุยกับเพื่อนที่อังกฤษว่าทำไมกฏในปาร์ตี้เค้ามันเวิร์ค พอมันต่างที่มันเลยต้องต่างวิธี คนที่นี่มันออกแนวกฏมีไว้แหก ยิ่งห้ามเค้าก็ยิ่งทำถ้าไม่พูดถึงก็อาจจะไม่ทำ แต่ถ้าบอกว่าห้ามปุ๊บ แม่งอยากฝ่าฝืนทันที</p>



<p>ส่วนคนที่ทำไปแล้ว&nbsp; ไม่มีอะไรนอกจากประนามมัน ทำเรื่องที่น่าอับอาย ให้มันทนตัวเองไม่ได้แล้วหายไปเอง</p>



<p>&nbsp;<strong>ทำไมจำเป็นต้องมีพื้นที่ปลอดภัยสำหรับ LGBTQ+</strong></p>



<p>เราว่าการที่เราจะ come out มันผ่านหลายขั้นตอนที่ซับซ้อนนะ ในตัวคนๆนึง อย่างน้อยเราอยากให้พื้นที่ของเราเป็นพื้นที่ที่เค้าไว้ใจได้&nbsp;</p>



<p><strong>แล้วเรามีวิธีจะทำให้พื้นที่นั้น ๆ ปลอดภัยสำหรับทุกคนได้ยังไงบ้าง</strong></p>



<p>อย่างแรกทำให้ตัวเองเป็นสื่อ งานของพี่มันมีเมสเสจของสิ่งเหล่านี้แฝงอยู่ด้วยตลอด เราก็จัดอีเวนท์อยู่เรื่อยๆ มีคนหน้าใหม่เพิ่มเข้ามา รับรู้ในกฏระเบียบงานซึ่งไม่ได้เยอะจนเกินไป ทุกคนทำได้มันก็สันติ</p>



<p><strong>ตอนนี้เสียงของ LGBTQ+ ดังขึ้นบ้างไหม</strong></p>



<p>พี่ว่าดังขึ้นนะ แต่จะดังในเลเวลไหนแล้วแต่ว่าแต่ละคนอยากได้อะไร ถามพี่ว่าอยากได้สมรสเท่าเทียมมั๊ย ก็อาจจะไม่ได้อยากได้มากเท่าให้ทรานส์ได้รับโอกาสในการประกอบอาชีพอย่างเท่าเทียม</p>



<figure class="wp-block-image aligncenter size-large is-resized"><img loading="lazy" decoding="async" src="https://www.cdcosmos.com/wp-content/uploads/2023/06/queer-dance-logo-800x800.png" alt="" class="wp-image-91221" width="454" height="454" srcset="https://www.cdcosmos.com/wp-content/uploads/2023/06/queer-dance-logo-800x800.png 800w, https://www.cdcosmos.com/wp-content/uploads/2023/06/queer-dance-logo-400x400.png 400w, https://www.cdcosmos.com/wp-content/uploads/2023/06/queer-dance-logo-280x280.png 280w, https://www.cdcosmos.com/wp-content/uploads/2023/06/queer-dance-logo-768x768.png 768w, https://www.cdcosmos.com/wp-content/uploads/2023/06/queer-dance-logo-1536x1536.png 1536w, https://www.cdcosmos.com/wp-content/uploads/2023/06/queer-dance-logo-2048x2048.png 2048w, https://www.cdcosmos.com/wp-content/uploads/2023/06/queer-dance-logo-300x300.png 300w, https://www.cdcosmos.com/wp-content/uploads/2023/06/queer-dance-logo-600x600.png 600w, https://www.cdcosmos.com/wp-content/uploads/2023/06/queer-dance-logo-100x100.png 100w" sizes="auto, (max-width: 454px) 100vw, 454px" /><figcaption class="wp-element-caption">โลโก้งาน Queer Dance</figcaption></figure>



<p><strong>กลับมาที่เรื่องปาร์ตี้ มีอีกงานนึงชื่อ Queer Dance ต่างจาก Non Non Non ปกติยังไง</strong></p>



<p>หลัง ๆ มาพี่ได้ทำงานกับศิลปินหลากหลายมากขึ้น ส่วนใหญ่แล้วพี่ต้องอินกับงานศิลปินคนนั้นก่อนถึงจะเริ่มทำโปรโมทตัวคนนั้นๆ แล้วเราก็อินหลายอย่างมาก ย้อนกลับไปสมัยเราเรายังวัยรุ่น ผ่านดนตรีมาหลายแนว Non Non Non มันชัดกับปาร์ตี้เพลงเทคโน บีทหนักๆ fast music ไปแล้ว&nbsp;</p>



<p><strong>Queer Dance</strong> จึงเป็นบ้านของเควียร์ที่ไม่ได้บอกว่าคนทั่วไปห้ามเข้า แต่มันแปลว่าพอคุณเข้ามาปึ๊บ คือคุณมาเต้นในบ้านของเควียร์นะ ฉะนั้นมันคือการเคารพกันและกันแค่นั้นเอง ที่นี่จะเป็นพื้นที่ของประสบการณ์ระหว่างดีเจหน้าใหม่ได้เล่นกับศิลปินรับเชิญของเรา พี่เปิดพื้นที่ให้ทุกสิ่งทุกอย่างที่พี่รู้สึก ไม่ว่าจะเป็นแอมเบียนต์ experimental อิเล็กทรอนิกป๊อป ร้องสด ดีดกีตาร์ โฟล์ก ได้หมด จะมาแนวไหนก็ได้&nbsp; Queer Dance เป็นโจทย์ที่กว้างมากแล้วแต่ว่าอะไรจะหล่นลงมาให้เราทำ ให้กฏแรงดึงดูดมันทำงาน งานนี้คนยังโซเชียลกันได้&nbsp;</p>



<p>ปาร์ตี้ทั้งสองเหมือนเป็นยารักษาโรคซึมเศร้าพี่ด้วย เราเปิดเพื่อรับสิ่งที่เหมาะกับเราเข้ามา เราตั้งใจทำมัน แล้วพี่อยากซัพพอร์ทดีเจบ้านเราด้วย ดีเจบ้านเราเก่งมากนะ แต่พี่อยากให้ข้างนอกมองเห็นมากขึ้น&nbsp;</p>



<p><strong>ทำยังไงให้คนเห็นว่าดีเจโลคัลเก่ง</strong></p>



<p>ต้องผ่านประสบการณ์ที่หลากหลาย จนเกิดความมั่นใจ คราวนี้เค้าจะมีที่ไปต่อเอง</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1198" height="800" src="https://www.cdcosmos.com/wp-content/uploads/2023/06/DSC_7718-1198x800.jpg" alt="" class="wp-image-91218" srcset="https://www.cdcosmos.com/wp-content/uploads/2023/06/DSC_7718-1198x800.jpg 1198w, https://www.cdcosmos.com/wp-content/uploads/2023/06/DSC_7718-599x400.jpg 599w, https://www.cdcosmos.com/wp-content/uploads/2023/06/DSC_7718-768x513.jpg 768w, https://www.cdcosmos.com/wp-content/uploads/2023/06/DSC_7718-1536x1025.jpg 1536w, https://www.cdcosmos.com/wp-content/uploads/2023/06/DSC_7718-2048x1367.jpg 2048w, https://www.cdcosmos.com/wp-content/uploads/2023/06/DSC_7718-600x401.jpg 600w" sizes="auto, (max-width: 1198px) 100vw, 1198px" /></figure>



<p><strong>ได้ไปเล่นที่เวียดนามได้ยังไง</strong></p>



<p>โปรโมเตอร์ชื่อ Electronic imports เขามาเจอพี่ใน Soundcloud เขาเช็กโปรไฟล์แล้วเราทำอะไรคล้าย ๆ กัน พอเราไปเราก็เข้ากับที่นั่นได้สบาย</p>



<p>การไปเล่นที่เวียดนามเหมือนพี่เปลี่ยนสถานที่ทำงานด้วย ได้เปลี่ยนบรรยากาศ ไปเจอสิ่งใหม่ ๆ ออกไปจากคอมฟอร์ตโซน ถามว่าซีนต่างกันไหม ปาร์ตี้ก็คือปาร์ตี้ ทุกที่เหมือนกันหมด แค่มีเวลาเปิดปิดที่ต่างกัน ที่นู่นเขาไปได้ต่อเนื่อง เริ่มวันพุธ ยาวไปถึงคืนวันอาทิตย์&nbsp;</p>



<p><strong>ต้องปรับตัวเยอะไหม</strong></p>



<p>ไม่เลย พี่รู้สึกว่าเป็นตัวเองได้มากกว่าที่นี่อีก พี่เดินคอนเซ็ปเดิม เค้าขอ 100% พี่ให้ไปก่อน 115% บางที 120% เป็นตัวเองอย่างเต็มที่ พอไปบ่อยๆ เราเริ่มเข้าใจเมืองเค้ามากขึ้น ไม่ได้เล่นเบาลง แต่มีวิธีเล่าเรื่องที่ต่างออกไป เวลาไปที่ใหม่ๆพี่จะชอบมีแนวคิดว่า ถ้าชั้นจะมาที่นี่เป็นครั้งแรกและครั้งสุดท้าย เราจะ play safe&nbsp; หรือเป็นบ้าใส่ไปเลย ส่วนใหญ่ก็จะเลือกแบบหลัง (หัวเราะ)</p>



<p><strong>คิดว่าทำไมซีนดีเจในไทยเฟรนลีขึ้น</strong></p>



<p>เพราะมีสื่อให้เห็นเยอะขึ้น อย่าง Durian Radio เราได้เห็นดีเจมาเปิดเพลงที่ไม่ใช่แค่ในคลับ หลังโควิด บ้านเรามีดีเจเพิ่มขึ้น เชื่อว่าทุกคนต้องมีเพื่อนเป็นดีเจแหละ แล้วเราก็เห็นเค้านั่งหาเพลง คิวเพลง เตรียมเซ็ท ฝึกซ้อม นั่นนี่อีกหลายสิ่ง คนมองอาชีพดีเจในแง่ดีมากขึ้น มันคืออาชีพหนึ่ง&nbsp;</p>



<p><strong>อยากเห็นอะไรในคลับซีนไทยมากขึ้น</strong></p>



<p>พี่ว่าตอนนี้มันดีหมดแล้ว ทุกกลุ่มทำงานกันขยันอะ แล้วเขาก็เก่งในการเล่าเรื่องในแบบของตัวเอง พี่อยากให้วงการดนตรีบ้านเราเป็นร่มคันใหญ่ที่สามารถแตกไปเป็นอาชีพเล็ก ๆ หลายตำแหน่ง เป็นองค์กรที่มีความแข็งแรงมากขึ้นได้</p>



<p><strong>เร็ว ๆ นี้จะมีงานอะไรอีกบ้าง</strong></p>



<p>เดือนนี้งานเยอะมาก แต่อยากให้ติดตาม</p>



<p>Sunday 4 &#8211; Bangkok Pride after party @ Lido Connect</p>



<p>Sat 10 &#8211; Queer Dance #3 w/ Toni Yotzi (Melbourne,AU)</p>



<p>Sat 17 &#8211; NON NON NON : Speed Queen @ Arcan, Saigon</p>



<p>ติดตามความเคลื่อนไหวของ <strong>Non Non Non</strong> ได้ที่ <a href="https://www.facebook.com/NONNONNONBANGKOK">https://www.facebook.com/NONNONNONBANGKOK</a> และ <strong>Queer Dance</strong> ได้ที่ <a href="https://www.instagram.com/queerdance_worldwide/">https://www.instagram.com/queerdance_worldwide/</a></p>



<figure class="wp-block-image aligncenter size-large is-resized"><img loading="lazy" decoding="async" src="https://www.cdcosmos.com/wp-content/uploads/2023/06/NNN-logo-800x800.png" alt="" class="wp-image-91220" width="512" height="512" srcset="https://www.cdcosmos.com/wp-content/uploads/2023/06/NNN-logo-800x800.png 800w, https://www.cdcosmos.com/wp-content/uploads/2023/06/NNN-logo-400x400.png 400w, https://www.cdcosmos.com/wp-content/uploads/2023/06/NNN-logo-280x280.png 280w, https://www.cdcosmos.com/wp-content/uploads/2023/06/NNN-logo-768x768.png 768w, https://www.cdcosmos.com/wp-content/uploads/2023/06/NNN-logo-300x300.png 300w, https://www.cdcosmos.com/wp-content/uploads/2023/06/NNN-logo-600x600.png 600w, https://www.cdcosmos.com/wp-content/uploads/2023/06/NNN-logo-100x100.png 100w, https://www.cdcosmos.com/wp-content/uploads/2023/06/NNN-logo.png 1080w" sizes="auto, (max-width: 512px) 100vw, 512px" /></figure>
<p>The post <a href="https://www.cdcosmos.com/cosmos-creature/non-non-non-interview/">Non Non Non ปาร์ตี้และคอมมิวนิตีที่อยากให้มีพื้นที่สำหรับทุกคน</a> appeared first on <a href="https://www.cdcosmos.com">cdcosmos</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>คุยกับ แต๊งส์—จิตริน ผู้กำกับ MV เลือดใหม่ ผู้อยู่เบื้องหลังภาพของ Wadfah และศิลปินนอกกระแสหลาย ๆ คนในซีนตอนนี้</title>
		<link>https://www.cdcosmos.com/cosmos-creature/thank-jittarin/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[peerapong k]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 21 Feb 2023 11:10:03 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[COSMOS Creature]]></category>
		<category><![CDATA[Smallroom]]></category>
		<category><![CDATA[Wadfah]]></category>
		<category><![CDATA[จิตริน วุฒิพันธุ์]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.cdcosmos.com/?p=89285</guid>

					<description><![CDATA[<p>ขอแนะนำให้รู้จักคอลัมน์ &#8216;COSMOS Creature&#8217; เพราะในระบบนิเวศของจักรวาลนี้ ยังมีคนเบี้ยงหลังอีกมากมายที่ช่วยขับเคลื่อนซีนดนตรีในแบบของตัวเองอยู่ เราอยากส่งคลื่นความถี่ของพวกเขาไปทั่วกาแล็กซี่เป็นแรงบันดาลใจให้ทุกคนอีกทาง วันนี้เราอยู่กับ แต๊งส์—จิตริน วุฒิพันธุ์ ผู้กำกับ MV เลือดใหม่ที่ฝากผลงานไว้กับศิลปินนอกกระแสหลากหลายวง ทั้ง LANDOKMAI และ FEVER หนึ่งในผลงานที่โดดเด้งที่สุดของเขาคือ MV สามตัวล่าสุดของ Wadfah แห่งค่าย &#8216;Smallroom&#8217; เพราะผู้กำกับ MV ไม่ใช่แค่เติมเต็มภาพในจินตนาการให้กับเพลง แต่เป็นคนปลุกปั้นและฉายภาพลักษณ์เท่ ๆ ของศิลปินให้ชัดเจนในใจแฟนคลับทุกคนด้วย แต๊งส์จะมาเล่าถึงเบื้องหลัง MV หลาย ๆ ตัวที่เขาได้ทำ จากเด็กฟิล์มกลายมาเป็นผู้กำกับ MV ได้ยังไง “เหมือนผมชอบเล่าเรื่องเพราะชีวิตมันชอบเจออะไรแปลก ๆ (หัวเราะ) จะเล่าเรื่องตัวเองเฉย ๆ ก็คงไม่ได้ เลยทำให้เป็นพล็อตหนังแล้วเอาไปเล่าให้คนอื่นฟัง พอเรียนมัธยมก็รู้สึกว่าตัวเองก็คงทำหนังได้มั้ง (หัวเราะ)” การที่แต๊งส์ต้องไปตลาดกับยายทุกวันศุกร์สมัยเด็ก ๆ ทำให้ได้รู้จักหนังแปลก ๆ จากแผงขายซีดีหนังเถื่อน เลยได้ดูหนังที่ตัวเองไม่มีทางเข้าถึงได้แน่ กลายเป็นแรงบันดาลใจให้เขาสนใจในภาพยนตร์ด้วย “ชีวิตมีตั้งแต่เหตุการณ์ง่าย ๆ บวกความบังเอิญด้วย</p>
<p>The post <a href="https://www.cdcosmos.com/cosmos-creature/thank-jittarin/">คุยกับ แต๊งส์—จิตริน ผู้กำกับ MV เลือดใหม่ ผู้อยู่เบื้องหลังภาพของ Wadfah และศิลปินนอกกระแสหลาย ๆ คนในซีนตอนนี้</a> appeared first on <a href="https://www.cdcosmos.com">cdcosmos</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<p>ขอแนะนำให้รู้จักคอลัมน์ &#8216;COSMOS Creature&#8217; เพราะในระบบนิเวศของจักรวาลนี้ ยังมีคนเบี้ยงหลังอีกมากมายที่ช่วยขับเคลื่อนซีนดนตรีในแบบของตัวเองอยู่ เราอยากส่งคลื่นความถี่ของพวกเขาไปทั่วกาแล็กซี่เป็นแรงบันดาลใจให้ทุกคนอีกทาง</p>



<p>วันนี้เราอยู่กับ <strong>แต๊งส์—จิตริน วุฒิพันธุ์</strong> ผู้กำกับ MV เลือดใหม่ที่ฝากผลงานไว้กับศิลปินนอกกระแสหลากหลายวง ทั้ง <strong>LANDOKMAI</strong> และ <strong>FEVER</strong> หนึ่งในผลงานที่โดดเด้งที่สุดของเขาคือ MV สามตัวล่าสุดของ <strong>Wadfah</strong> แห่งค่าย &#8216;Smallroom&#8217;</p>



<p>เพราะผู้กำกับ MV ไม่ใช่แค่เติมเต็มภาพในจินตนาการให้กับเพลง แต่เป็นคนปลุกปั้นและฉายภาพลักษณ์เท่ ๆ ของศิลปินให้ชัดเจนในใจแฟนคลับทุกคนด้วย แต๊งส์จะมาเล่าถึงเบื้องหลัง MV หลาย ๆ ตัวที่เขาได้ทำ จากเด็กฟิล์มกลายมาเป็นผู้กำกับ MV ได้ยังไง</p>



<figure class="wp-block-image size-full"><img loading="lazy" decoding="async" width="1080" height="718" src="https://www.cdcosmos.com/wp-content/uploads/2023/02/120209508_814747075759273_3356993960099504350_n.jpg" alt="" class="wp-image-89293" srcset="https://www.cdcosmos.com/wp-content/uploads/2023/02/120209508_814747075759273_3356993960099504350_n.jpg 1080w, https://www.cdcosmos.com/wp-content/uploads/2023/02/120209508_814747075759273_3356993960099504350_n-602x400.jpg 602w, https://www.cdcosmos.com/wp-content/uploads/2023/02/120209508_814747075759273_3356993960099504350_n-768x511.jpg 768w, https://www.cdcosmos.com/wp-content/uploads/2023/02/120209508_814747075759273_3356993960099504350_n-600x399.jpg 600w" sizes="auto, (max-width: 1080px) 100vw, 1080px" /><figcaption class="wp-element-caption"><strong>แต๊งส์—จิตริน วุฒิพันธุ์</strong> (คนกลาง)</figcaption></figure>



<p>“เหมือนผมชอบเล่าเรื่องเพราะชีวิตมันชอบเจออะไรแปลก ๆ (หัวเราะ) จะเล่าเรื่องตัวเองเฉย ๆ ก็คงไม่ได้ เลยทำให้เป็นพล็อตหนังแล้วเอาไปเล่าให้คนอื่นฟัง พอเรียนมัธยมก็รู้สึกว่าตัวเองก็คงทำหนังได้มั้ง (หัวเราะ)”</p>



<p>การที่แต๊งส์ต้องไปตลาดกับยายทุกวันศุกร์สมัยเด็ก ๆ ทำให้ได้รู้จักหนังแปลก ๆ จากแผงขายซีดีหนังเถื่อน เลยได้ดูหนังที่ตัวเองไม่มีทางเข้าถึงได้แน่ กลายเป็นแรงบันดาลใจให้เขาสนใจในภาพยนตร์ด้วย “ชีวิตมีตั้งแต่เหตุการณ์ง่าย ๆ บวกความบังเอิญด้วย เช่นเพื่อนกำลังเล่าเรื่องอกหักให้ฟัง แล้วอยู่ ๆ ร้านก็เปิดเพลงอกหักขึ้นมาเลย” แต่บางอันก็ประหลาดเกินกว่าที่คนทั่วไปจะได้เจอ</p>



<p>“ล่าสุดผมไปดูโลเคชั่นถ่ายหนังธีสิสของตัวเอง เป็นบ้านร้างกลางป่าเหมือนหนัง slasher ฆาตกรไล่ฆ่าคน เดิน ๆ อยู่ตากล้องผมก็กรี๊ดขึ้นมา แล้วบอกทุกคน ‘มึงวิ่งวิ่งวิ่ง’ แล้วมีฝรั่งถอดเสื้อกล้ามโตวิ่งออกมาจากป่า พวกผมก็วิ่งขึ้นรถหนีเลย (หัวเราะ) มันน่ากลัวมาก แถมมีเพื่อนอยู่ด้วยแสดงว่าผมไม่ได้คิดไปเอง มันเลยยิ่งน่ากลัวไปใหญ่” โดยที่เจ้าตัวยืนยันด้วยว่าไม่รู้ฝรั่งคนนั้นเป็นใคร เกิดอะไรขึ้นต่อจากนั้น เพราะไม่ได้กลับไปที่นั่นอีกเลย</p>



<p>ส่วนแรงบันดาลใจทางด้านเพลง เขาบอกว่าได้มาจากพ่อเต็ม ๆ “แผ่นที่เปลี่ยนชีวิตผมเลยคือแผ่นซีดีที่พ่อผมไรท์เก็บไว้ฟังระหว่างจับรถ เราเปิดฟังทุกวันช่วงประถม มี <em>The Blower&#8217;s Daughter</em> ของ Damien Rice, <em>1973</em> ของ James Blunt หรือ <em>Creep</em> ของ Radiohead สมัยก่อนผมไม่รู้ความหมายของเพลง ด้วยคำว่า <em>Creep</em> เนื้อเพลงพูดถึง run นึกถึงหนัง slasher เลย ฟังแล้วก็วิชวลมาเอง (หัวเราะ)”</p>



<figure class="wp-block-embed is-type-video is-provider-youtube wp-block-embed-youtube wp-embed-aspect-16-9 wp-has-aspect-ratio"><div class="wp-block-embed__wrapper">
<iframe loading="lazy" title="LANDOKMAI - Please be true [Official MV]" width="1020" height="574" src="https://www.youtube.com/embed/omeX6xiPtPI?feature=oembed" frameborder="0" allow="accelerometer; autoplay; clipboard-write; encrypted-media; gyroscope; picture-in-picture; web-share" allowfullscreen></iframe>
</div></figure>



<p><em>Please Be True</em> ของ <strong>LANDOKMAI</strong> คือ MV ตัวแรกที่แต๊งส์ได้ทำทั้งที่ยังเรียนไม่จบ เหมือนเปิดประตูสู่เส้นทางผู้กำกับ MV “อันนี้ก็เป็นอีกหนึ่งเรื่องที่งง ๆ ในชีวิตผมเหมือนกัน ผมมีเพื่อนเป็นตากล้องที่มาถ่ายงานให้ผมประจำชื่อ ‘ฟอร์ด’ ฟอร์ดเป็นแฟนเพลง <strong>LANDOKMAI</strong> มาตั้งแต่ก่อนเขาทำเพลงตัวเองอีก มีวันหนึ่งเขาปล่อยเพลงตัวเองออกมา แล้วพวกผมอยู่ปีหนึ่ง ฟอร์ดก็พูดขึ้นมาว่า ‘เชี่ย กูอยากทำ MV ให้ <strong>LANDOKMAI</strong> ว่ะ’ ตอนนั้นพวกผมเป็นเด็กไม่รู้เรื่องไม่มีคอนเนกชั่น ก็โม้ ๆ กัน (หัวเราะ) อยู่ ๆ <strong>Wadfah</strong> ก็ทักมาว่าอยากทำ MV รึเปล่า ตอนแรกวาดฟ้าจะให้ทำ MV เขา แต่เพลงมันไม่เสร็จซักที (หัวเราะ) เลยได้ทำให้ <strong>LANDOKMAI</strong> ก่อน” ซึ่งวาดฟ้าเองก็เป็นเพื่อนกับอูปิม เลยแนะนำแต๊งส์ให้กับอูปิมรู้จักอีกที</p>



<p>“ถ้าพูดแบบหยาบคายเลย คือผมค่อนข้างเหี้ยเลยครับ (หัวเราะ) มันเป็นงานแรกของเด็กปีหนึ่งที่ได้ทำ MV ให้ค่ายเลย ผมว่ามันแปลกมากสำหรับผมถ้ามาคิดตอนนี้ ผมไม่รู้ระบบไม่รู้อะไรเลย ผมเข้าไปขายในค่ายด้วยสไลด์ 4 หน้า มารู้ตอนหลังว่าผู้กำกับคนอื่นเขาเอาไปขายกัน 30 หน้า (หัวเราะ) ผมมีแต่มู๊ดบอร์ด ไม่มีเส้นเรื่องไม่มีอะไรเลย แค่บอกว่าบรรยากาศจะเป็นแบบนั้นแบบนี้ครับ (หัวเราะ)&#8221;</p>



<p>“เห็นโลเคชั่นแล้วก็คุยกับตากล้องว่าน่าจะประมาณนี้แหละ ผมทำงานด้วยสัญชาตญาณประมาณหนึ่งเหมือนกัน และเราได้โลที่ดีมาก ๆ ด้วย มันเป็นศูนย์วิจัยข้าวแล้วเป็นช่วงข้าวแห้งพอดีมันเลยเหมือนทุ่งในอังกฤษ กลายเป็นสนามเด็กเล่นของผมเลย ขับรถไปเจอตรงไหนก็จอดถ่าย ช่วงบ่ายก็ปล่อยฟอร์ดไปถ่ายเพิ่ม แล้วผมไปหาโลที่สวยมาถ่ายซีนฮุก ซึ่งมันไม่มีระเบียบมาก ๆ (หัวเราะ)” อ่านถึงตรงนี้แล้วทุกคนอย่าทำตามนะครับ</p>



<p>แม้จะเป็นงานแรก แต่ก็สามารถจบงานได้ภายในสองดราฟ พร้อมเกร็ดขำ ๆ ใน MV นี้ “ผมได้ฟีดแบ็กที่ดีมากเลยจากวง มีตีกันนิดหน่อยช่วง post-production ผมตัดกับวาดฟ้า แล้วตัดไว้เร็วมากวินาทีละคัตแบบพวกไฮเปอร์ แม่งกลายเป็น montage Evangelion เลย (หัวเราะ) พี่อูปิมทักมาบอกดูไม่ไหวอะ พี่จะอ้วก (หัวเราะ) มันเป็นเรื่องที่เด็กมาก ผมถ่าย 3 กล้องแล้วฟุตเยอะมาก มันสวยเกือบหมดเลย เลยยัดทุกอย่างเข้ามาเลย (หัวเราะ)”</p>



<p>แต่สิ่งที่สำคัญที่สุด ที่แต๊งส์ได้สัมผัสในฐานะคนทำ MV คือการได้เป็นส่วนหนึ่งของวงดนตรีอีกทางหนึ่ง “ผมค่อนข้างดีใจอย่างหนึ่ง จากการทำ MV นี้ เหมือนมันสร้างวิชวลให้ <strong>LANDOKMAI</strong> ประมาณหนึ่ง พอทำ merch อะไรขายก็มีบรรยากาศแบบนี้อยู่ เหมือนสร้างคาแรกเตอร์ให้วงดนตรีเลยเหมือนกัน”</p>



<figure class="wp-block-embed is-type-video is-provider-youtube wp-block-embed-youtube wp-embed-aspect-16-9 wp-has-aspect-ratio"><div class="wp-block-embed__wrapper">
<iframe loading="lazy" title="FEVER - NGLMD「Official MV」" width="1020" height="574" src="https://www.youtube.com/embed/gRoxDbs3Hh4?feature=oembed" frameborder="0" allow="accelerometer; autoplay; clipboard-write; encrypted-media; gyroscope; picture-in-picture; web-share" allowfullscreen></iframe>
</div></figure>



<p>“ตัวนี้เหมือนพลิกชีวิตเลยครับ” MV ตัวที่สองในชีวิตของแต๊งส์ที่ได้ร่วมงานกับรุ่นพี่ในฐานะ Co-Director คือเพลง <em>NGLMD</em> ของ <strong>Fever</strong> ที่เขาพูดตรง ๆ ว่าด้วยงบที่มีจำกัด ทำให้เขาต้องยกระดับการทำงานของเขาขึ้นมา “มันต้องวางบอร์ดทุกช็อตให้แม่น คิวแม่น กำกับต้องแม่น ผมทำ MV ตัวนี้ห่างจากตัวก่อน 2 เดือนเอง ผมก็ยังพลาดหลายอย่างอยู่ ซึ่งผมรู้สึกผิดเหมือนกัน เช่น เรื่องแอร์ไทม์ของสมาชิกในวงไอดอล เราจะคิดแค่ว่าช็อตนี้สวยมากไม่ได้ แต่จริง ๆ เรื่องนี้ก็ต้องคำนึงเหมือนกัน”</p>



<p>จนมาถึงงานของเพื่อนตัวเองบ้าง ซึ่งแต๊งส์บอกว่ากว่าจะได้ทำ <strong>Wadfah</strong> ก็เหมือนตัวเราสะสมประสบการณ์และมีความพร้อมแล้วประมาณหนึ่ง “มันมีหลายเพลงมากที่(<strong>Wadfah</strong>)ส่งให้ผมฟังแล้วผมไม่มั่นใจละว่ามันหายไปไหนแล้ว (หัวเราะ) ผมชอบมาก เชียร์ให้มันปล่อยเพลงทุกปี ผมนับถือมันมากที่เป็นคนที่ถ้าทำอะไรแล้วมันใส่เต็มเลย” ในที่สุด ทั้งคู่ก็ได้ร่วมงานกันใน<em> I hate this city</em> เพลงที่ <strong>Wadfah</strong> ได้เดบิวต์ภายใต้ค่าย &#8216;Smallroom&#8217;</p>



<figure class="wp-block-embed is-type-video is-provider-youtube wp-block-embed-youtube wp-embed-aspect-4-3 wp-has-aspect-ratio"><div class="wp-block-embed__wrapper">
<iframe loading="lazy" title="wadfah - i hate this city [Official MV]" width="1020" height="765" src="https://www.youtube.com/embed/qZeqeLtpklU?feature=oembed" frameborder="0" allow="accelerometer; autoplay; clipboard-write; encrypted-media; gyroscope; picture-in-picture; web-share" allowfullscreen></iframe>
</div></figure>



<p>“ค่อนข้างวุ่นวายมาก ๆ เพราะ pre-production ไปครึ่งทางละผมเกิดอุบัติเหตุ (หัวเราะ) รถคว่ำเดินไม่ได้ สุดท้ายก็นั่งรถเข็นไปออกกอง ผมไม่มั่นใจเหมือนกันว่าทำไม แต่คุยกับ <strong>Wadfah</strong> ว่าอยากให้ MV มีกระดาษ ๆ ว่ะ ถ้าเอามาซ้อน ๆ กันมันจะได้อารมณ์นั้นนะ”</p>



<p>โดยแรงบันดาลใจสำคัญของเพลงนี้ คือเพื่อน ๆ ของแต๊งส์ทุกคน “ทั้งผม วาดฟ้า ฟอร์ด เกือบทุกคนในกองเป็นเด็กต่างจังหวัดที่เข้ามาอยู่ในกรุงเทพกันหมด เราช่วยกันเค้นเอาความรู้สึกช่วงปีหนึ่งที่เพิ่งเข้ามาอยู่กรุงเทพกันใหม่ ๆ ออกมา ตอนนั้นรู้สึกยังไง ไม่ได้อยากให้ MV นี้มีเส้นเรื่องอะไร อยากให้คนที่เป็นแบบเราดูแล้ว มันมีความรู้สึกนี้อยู่”</p>



<p>และนี่คือ MV ที่แต๊งส์ชอบที่สุด “MV ทั้งสามตัวของ <strong>Wadfah</strong> เหมือนบันทึกตัวผมในช่วงเวลาต่าง ๆ ไว้ ถ้าในแง่ที่เอาไปเปิดให้คนอื่นดูบ่อย ๆ คือเพลง <em>I hate this city</em> ผมชอบเพลงมันมาก ๆ ผมจำได้ว่าคุยกับเพื่อนว่ามันเป็นเพลงที่อนุญาตให้ผมทำแบบ &#8216;Evagelion&#8217; ได้ (หัวเราะ) ท่อนสุดท้ายที่มันเป็นโซโล่ยาว ๆ กูรอเพลงแบบนี้แหละจะได้ตัด montage ยาว ๆ (หัวเราะ)”</p>



<figure class="wp-block-embed is-type-video is-provider-youtube wp-block-embed-youtube wp-embed-aspect-16-9 wp-has-aspect-ratio"><div class="wp-block-embed__wrapper">
<iframe loading="lazy" title="wadfah - i’d probably die in my bed [Music Video]" width="1020" height="574" src="https://www.youtube.com/embed/JTuxP-hQL4c?feature=oembed" frameborder="0" allow="accelerometer; autoplay; clipboard-write; encrypted-media; gyroscope; picture-in-picture; web-share" allowfullscreen></iframe>
</div></figure>



<p>และเพลงล่าสุดอย่าง <em>i&#8217;d probably die in my bed</em> เองก็ไปสุดเหมือนกันในสไตล์ของแต๊งส์ “เพลงนี้มันเครียดมาก (หัวเราะ) ตอนแรกที่ผมฟังเพลงจบแล้วหันมามองหน้าฟอร์ดคือชิปหายละ ปกติคนจะติดภาพว่าผมไปขายงานจะอธิบายแบบคอนเซปชวลประมาณหนึ่ง <em>i hate this city</em> มันจะพูดถึงเมืองนี้ มันจะเกี่ยวกับกระดาษ ๆ เพราะอะไร แต่มาถึงเพลงนี้ผมไม่มีอะไรเลย (หัวเราะ) ผมฟังแล้วมันเป็นเด็ก ๆ ปล่อยพลังกันว่ะ ฟอร์ดถามทำไมวะ กูไม่รู้เหมือนกันว่ะ แค่รู้สึกอย่างนั้นกับเสียงอะ แล้วเราจะไปขายพี่รุ่ง Smallroom กันยังไงวะ (หัวเราะ) แล้วด่านแรกคือจะไปคุยกับ <strong>Wadfah</strong> ยังวะว่าเราจะปล่อยพลังกันนะเว้ย (หัวเราะ) สุดท้ายผมไปแบบขี้โม้เลยว่า <strong>Wadfah</strong> เท่พอแล้ว อยากให้เห็นมิติอื่นบ้าง (หัวเราะ)”</p>



<p>เหตุผลหนึ่งที่ใน MV พูดถึงดาวอังคารมาจากประสบการณ์ที่ส่วนตัวมาก ๆ ของแต๊งส์เหมือนกัน “หลาย ๆ อย่างใน MV แม่งไม่มีเหตุผลสุด ๆ (หัวเราะ) MV มันมาจากความรู้สึกล้วน ๆ แต่ถ้าถามว่าทำไมต้องดาวอังคาร พอเรียนจบแล้วโลกของผู้ใหญ่สำหรับผมคือดาวอื่นไปแล้ว MV นี้ค่อนข้างส่วนตัวมาก ๆ เหมือนกัน เพราะผมกำลังจะเรียนจบละ แรงบันดาลใจก็มาจากเพื่อนอีกนั่นแหละ เลยใส่เรื่องการไปอยู่ที่อื่นกันโดยไม่รู้ตัว”</p>



<p>เมื่อมานั่งตกผลึกกับแต๊งส์ดูแล้ว เขาบอกว่าฟอร์ดเพื่อนของเขามีส่วนที่ทำให้เขาค้นพบตัวเองด้วย “เอาจริงผมไม่เคยมีความคิดอยากจะทำ MV เลย ก่อนหน้านี้ ผมอยากเล่าเรื่องแต่ก็ไม่ได้นึกถึงว่ามันจะเป็นหนังหรือเป็นอะไร ผมอยู่กับฟอร์ดที่เป็นสายวิชวลมาก ๆ มันจะชอบเปิด MV ให้ผมดู ทำให้ผมค้นพบว่าผมชอบดู MV มาก ๆ โดยไม่รู้ตัว หนังที่ผมชอบก็จะชอบซีนที่มันมีดนตรีเข้ามา ชอบซีนนี้ของ &#8216;Evagelion&#8217; ที่มันมีเพลง <em>The End of Evangelion</em> ชอบซีนนี้ของ &#8216;K-ON&#8217; ที่มันวิ่งแล้วเพลงมันขึ้น เราเองอาจจะทำ MV ได้มั้ย เลยสนใจที่จะทำ”</p>



<figure class="wp-block-embed is-type-video is-provider-youtube wp-block-embed-youtube wp-embed-aspect-16-9 wp-has-aspect-ratio"><div class="wp-block-embed__wrapper">
<iframe loading="lazy" title="Keyakizaka46 - Kuroi Hitsuji" width="1020" height="574" src="https://www.youtube.com/embed/D2QEluvPRiE?feature=oembed" frameborder="0" allow="accelerometer; autoplay; clipboard-write; encrypted-media; gyroscope; picture-in-picture; web-share" allowfullscreen></iframe>
</div></figure>



<p>หนึ่งใน MV ที่แต๊งส์กลับไปดูบ่อยที่สุดคือเพลง <em>Kuroi Hitsuji</em> ของ <strong>Keyakizaka46</strong> “เป็น MV สุดท้ายของเมมเบอร์ที่ชื่อ เทะจิ ผมรู้สึกมันเพอร์เฟกมากในการที่ผู้กำกับ นักแสดงและทุกอย่างมันส่วนตัวมาก ๆ และยังเข้ากับเพลงมาก ๆ มัน emotional มาก ๆ พยายามตลอดเวลาคุยกับฟอร์ดว่าอยากทำ MV ให้ได้แบบนี้ ซึ่งมันยากมากและยังทำไม่ได้เลย”</p>



<p>ถ้ามีโอกาสได้ทำ MV แบบนี้ แต๊งส์บอกว่าน่าจะเหมาะกับเพลง <em>ย้อน</em> ของ <strong>Whal &amp; Dolph</strong> มาก ๆ ด้วยความเป็นบัลลาดโหมหนัก ๆ แต่ศิลปินที่เขาอยากทำงานด้วยกลับเป็นศิลปินที่เหนือความคาดหมายของเรามาก</p>



<p>“ผมอยากทำกับ <strong>YOUNGGU</strong> (หัวเราะ) ให้ผมทำ MV ฟรีก็ได้นะ (หัวเราะ) ไม่มั่นใจเหมือนกันว่าทำไม ตอนแรกผมฟังเพลงเขาเพราะฮา ๆ ซักพักรู้สึกว่า ถ้าเขาทำคอนเสิร์ตเดี่ยวก็จะจ่ายตังไปดูอะ มันเพียวมากเลย ไม่รู้ทำไมเหมือนกัน”</p>



<p>เมื่อคุยถึงปัญหาค่าโปรดักชั่นหรือค่าตัวคนทำงาน MV ที่โดนกดมาแสนนาน แต๊งส์เองก็เคยประสบปัญหานี้เหมือนกัน ซึ่งตัวเขาและทีมก็แอบกังวลเหมือนกันถ้าต้องทำสิ่งนี้เป็นอาชีพหลัก “ผมโชคดีที่ทำกับ &#8216;Smallroom&#8217; เนี่ยเขาแฟร์สุด ๆ แต่ต้องพูดตรง ๆ ว่าหลายค่ายก็ค่อนข้างไม่แฟร์กับคนทำงานมาก ๆ เคยทำ MV หนึ่งให้ pre-production 3 วัน (หัวเราะ) มันจะเป็นไปได้ยังไง ทั้ง MV ให้เวลาสัปดาห์เดียว (หัวเราะ) ผมทำเพราะเพลงและศิลปินน่าสนใจเท่านั้นเลย”</p>



<p>การเป็นคนทำงานหน้าใหม่ ก็ทำให้เจออุปสรรคของการทำงานเพราะไม่มีการกำหนดราคากลางให้กับงานสายนี้เลย “สมัยก่อนผมจะกลัวมาก ๆ เรื่องราคา เราเป็นใครวะไปเรียกราคา ตอนนี้เวลามีใครทักมาผมจะบอกเรทไปเลยว่าผมมีมาตรฐานประมาณนี้” นอกจากค่าตัวคนทำงานที่ต้องเหมาะสมกับงานแล้ว ก็เพื่อรักษามาตรฐานของงานให้ออกมาดีเท่าที่ควรด้วย ไม่ใช่แค่</p>



<p>“ต่อให้ไม่ถึงก็โอเคแต่ต้องให้ศิลปิน ให้ค่าย และให้ทุกคนรับรู้ว่าสิ่งที่ทำอยู่ไม่ปกติ ไม่ใช่แค่รับงานไป อีกฝั่งอาจจะไม่รู้จริง ๆ ว่าควรต้องจ่ายเท่าไหร่ในการทำโปรดักชั่น อาจจะคิดว่าจ่ายแค่นี้ก็ได้ MV แล้ว หน้าที่ของเราคือทำงานแล้วต้องบอกให้เขารับรู้ด้วย(เรื่องค่าตัว)ว่ามันสำคัญจริง ๆ”</p>



<p>เมื่อมองกลับมาในซีนหนังเอง ก็ประสบปัญหาซบเซาเหมือนกัน แต่แต๊งส์ไม่คิดแบบนั้น</p>



<p>“ช่วง 2-3 ปีมานี้ค่อนข้างน่าตื่นเต้นนะครับ ‘Blue Again’ หนังไทย 3 ชั่วโมงแล้วมันมีกระแสมา หรือมี ‘Face of Anne’ ออกมา มี ‘เธอกับฉันกับฉัน’ หรือแม้แต่ ‘OMG รักจังวะ ผิดจังหวะ’ เองก็ไปสำรวจในสัดส่วนที่น่าสนใจในหนัง ผมรู้สึกว่าหนังไทยมันมีคนทำที่น่าสนใจทำตลอดอยู่แหละ มีพื้นที่ให้เขาได้ออกมามากขึ้นในช่วงนี้ แต่ผมก็รู้สึกกลัวว่ามันจะอยู่ได้อีกนานแค่ไหน ทั้งผู้ชมและรายได้ก็แอบสวนทางกับหลาย ๆ อย่างเหมือนกัน ค่อนข้างกลัวเลยว่าเราจบไปแล้วจะเป็นยังไง”</p>



<p>ซึ่งส่วนตัวเขาก็ยังไม่ทิ้งทั้งหนังและ MV แน่นอน “ก็ยังอยากทำซีรีส์ทำหนังอะไรอยู่ ถ้ามีโอกาส แต่การทำ MV มันสนุกมากมากเลยเหมือนกัน ในแง่ที่ว่ามันทำตามอารมณ์ได้ 100% โดยไม่ต้องคิดถึงตรรกะอะไร ถ้าเป็นไปได้ก็ยังอยากอยู่ในซีนนี้”</p>



<p>สุดท้ายเรื่องเดียวที่แต๊งส์อยากฝากกับคนที่อยากเป็นผู้กำกับ MV คือลงมือทำงานเลย</p>



<p>“ผมว่ามันมีศิลปินไทยใหม่ ๆ เกิดขึ้นเยอะมากเลย ยังมีพื้นที่ให้คนทำงานรุ่นใหม่ ๆ อีกเยอะมาก ผมเชื่อว่าเพลงต้องการพลังงานวัยรุ่นเหมือนกันนะ อยากให้ทุกคนลองทำ MV ดู วงเพื่อน ๆ วงอะไรก็ได้ลองทำเลย สุดท้ายงานมันขึ้นไปบนเน็ตก็อาจจะได้อะไรกลับมา อาจจะค้นพบอะไรใหม่ ๆ ในแง่การทำหนังด้วย บางครั้งผมทำ MV จบก็มองโลกเปลี่ยนไปเลย มันได้อยู่กับเพลง และเพลงมันมีผลกับตัวเราและคนฟังมาก ๆ”</p>



<p>ติดตามงานต่อ ๆ ไปของ แต๊งส์ ได้ที่ instagram &gt;&gt; https://www.instagram.com/jittarinwu/</p>



<p><a href="https://www.cdcosmos.com/transmission/flower-far/">Flower.far เมื่อเมล็ด r&amp;b พันธุ์ไทยเริ่มผลิบานสู่สายตาชาวโลกอย่างงดงาม</a></p>



<p><a href="https://www.cdcosmos.com/transmission/t-047-when-the-sky-is-not-blue/">‘When The Sky is Not Blue’ อัลบั้มที่ 3 ที่บันทึกการเติบโตในวันที่ฟ้าไม่เป็นใจของ t_047</a></p>
<p>The post <a href="https://www.cdcosmos.com/cosmos-creature/thank-jittarin/">คุยกับ แต๊งส์—จิตริน ผู้กำกับ MV เลือดใหม่ ผู้อยู่เบื้องหลังภาพของ Wadfah และศิลปินนอกกระแสหลาย ๆ คนในซีนตอนนี้</a> appeared first on <a href="https://www.cdcosmos.com">cdcosmos</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
