<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>COSMOS Review Archives - cdcosmos</title>
	<atom:link href="https://www.cdcosmos.com/category/cosmos-review/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://www.cdcosmos.com/category/cosmos-review/</link>
	<description></description>
	<lastBuildDate>Thu, 18 May 2023 09:48:39 +0000</lastBuildDate>
	<language>en-US</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.9.4</generator>

<image>
	<url>https://www.cdcosmos.com/wp-content/uploads/2023/08/cropped-logo-cd-cosmos_new-32x32.png</url>
	<title>COSMOS Review Archives - cdcosmos</title>
	<link>https://www.cdcosmos.com/category/cosmos-review/</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
	<item>
		<title>เปล่งเสียงแห่งศรัทธาและเดินหน้าสู้ด้วยใจหวังกับ ‘Sonorous Faith PT.2’ อัลบั้มใหม่จาก Hope the Flowers</title>
		<link>https://www.cdcosmos.com/cosmos-review/hope-the-flowers-sonorous-faith-pt2/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[peerapong k]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 18 May 2023 09:48:36 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[COSMOS Review]]></category>
		<category><![CDATA[Hope the Flowers]]></category>
		<category><![CDATA[post rock]]></category>
		<category><![CDATA[Sonorous Faith PT.2]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.cdcosmos.com/?p=90814</guid>

					<description><![CDATA[<p>เมื่อคลื่นจังหวะกระทบกันอย่างทรงพลังและท่วงทำนองได้เจาะลึกถึงแกนหัวใจ ผลงานชุดนี้ก็อาจเรียกได้ว่าเป็นบทกวีทางเสียงเพลงที่เชื่อมต่อระหว่างห้วงความรู้สึกภายในกับสภาวะการตื่นรู้ขณะรับฟัง Sonorous Faith PT.2 คือสตูดิโออัลบั้มลำดับที่สี่ของ Hope the Flowers วงดนตรีโพสต์ร็อคที่คอยขับกล่อมเราผ่านเมโลดี้อันสวยงาม คล้ายมวลบุบผาที่กำลังผลิบานหลังพ้นฤดูหนาวไร้แสงส่อง และสะพรั่งไปด้วยสำเนียงเสียงอันละเมียดละไม สดใสขึ้น ต่างจากผลงานพาร์ทแรกที่ชวนดำดิ่งบนกลิ่นอายโพรเกรสซิฟและซาวด์สุดเข้มข้นรวดร้าว โดยยังคงคอนเซปต์เสมือนการจดบันทึก Spiritual Journey หรือประสบการณ์ทางจิตวิญญาณต่าง ๆ ที่ประสานเข้ากับดนตรีบรรเลงสไตล์แอมเบียนต์ นวดเน้นบรรยากาศแห่งธรรมชาติและความสุขสงบฉบับเอเชียตะวันตกผนวกรวมกับศิลปะดินแดนตะวันออก อาทิ การโปรโมทด้วยคอสตูมดีไซน์แบบชนเผ่า เจือดนตรีฟิลพื้นบ้าน การใช้ฮีลลิ่งคริสตัลและเสียงขันทิเบตบำบัดใน Aura บทนำที่เกริ่นถึงเรื่องราวความเชื่อในแต่ละมุมมอง ก่อนปูเส้นทางสู่จักรวาลใหม่ที่เราอาจไม่เคยได้ยินชื่อ ซึ่งจังหวะเพลงส่วนใหญ่ในอัลบั้มนี้จะเบสออนจังหวะกลาง ไม่เร็วหรือช้าเกินไป แต่ยังส่งหมัดฮุกชวนตราตรึงเป็นระยะ จากจุดเริ่มต้นผ่านลีดกีตาร์ทั้งสามตัวที่ดำเนินพร้อมเบสริทึ่ม กลองมาร์ชชิ่งผสมเพอร์คัสชั่น เคล้าเสียงไวโอลินและคีย์บอร์ดเปียโนอันไพเราะ พวกเขาก็ได้เว้นช่วงให้แต่ละเครื่องได้เฉิดฉายราวคณะดุริงยางค์ เหมาะแก่การเล่นในคอนเสิร์ตฮอลหรือโรงละครเอามาก ๆ และอีกหนึ่งความพิเศษของ Instrumental Music ในหลายต่อหลายแทร็กของพวกเขาที่ เช่น Anahata, Life Is Beautiful When You Smile, Healing, Change Your Heart ก็ทำงานกับอารมณ์ได้อย่างลื่นไหล เรียบง่าย</p>
<p>The post <a href="https://www.cdcosmos.com/cosmos-review/hope-the-flowers-sonorous-faith-pt2/">เปล่งเสียงแห่งศรัทธาและเดินหน้าสู้ด้วยใจหวังกับ ‘Sonorous Faith PT.2’ อัลบั้มใหม่จาก Hope the Flowers</a> appeared first on <a href="https://www.cdcosmos.com">cdcosmos</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<p>เมื่อคลื่นจังหวะกระทบกันอย่างทรงพลังและท่วงทำนองได้เจาะลึกถึงแกนหัวใจ ผลงานชุดนี้ก็อาจเรียกได้ว่าเป็นบทกวีทางเสียงเพลงที่เชื่อมต่อระหว่างห้วงความรู้สึกภายในกับสภาวะการตื่นรู้ขณะรับฟัง <strong>Sonorous Faith PT.2</strong> คือสตูดิโออัลบั้มลำดับที่สี่ของ <strong>Hope the Flowers</strong> วงดนตรีโพสต์ร็อคที่คอยขับกล่อมเราผ่านเมโลดี้อันสวยงาม คล้ายมวลบุบผาที่กำลังผลิบานหลังพ้นฤดูหนาวไร้แสงส่อง และสะพรั่งไปด้วยสำเนียงเสียงอันละเมียดละไม สดใสขึ้น ต่างจากผลงานพาร์ทแรกที่ชวนดำดิ่งบนกลิ่นอายโพรเกรสซิฟและซาวด์สุดเข้มข้นรวดร้าว</p>



<p>โดยยังคงคอนเซปต์เสมือนการจดบันทึก Spiritual Journey หรือประสบการณ์ทางจิตวิญญาณต่าง ๆ ที่ประสานเข้ากับดนตรีบรรเลงสไตล์แอมเบียนต์ นวดเน้นบรรยากาศแห่งธรรมชาติและความสุขสงบฉบับเอเชียตะวันตกผนวกรวมกับศิลปะดินแดนตะวันออก อาทิ การโปรโมทด้วยคอสตูมดีไซน์แบบชนเผ่า เจือดนตรีฟิลพื้นบ้าน การใช้ฮีลลิ่งคริสตัลและเสียงขันทิเบตบำบัดใน <strong>Aura</strong> บทนำที่เกริ่นถึงเรื่องราวความเชื่อในแต่ละมุมมอง ก่อนปูเส้นทางสู่จักรวาลใหม่ที่เราอาจไม่เคยได้ยินชื่อ</p>



<figure class="wp-block-embed is-type-video is-provider-youtube wp-block-embed-youtube wp-embed-aspect-16-9 wp-has-aspect-ratio"><div class="wp-block-embed__wrapper">
<iframe title="HOPE THE FLOWERS - AURA (EXTENDED VERSION)" width="1020" height="574" src="https://www.youtube.com/embed/WiDpZYtNuw4?feature=oembed" frameborder="0" allow="accelerometer; autoplay; clipboard-write; encrypted-media; gyroscope; picture-in-picture; web-share" allowfullscreen></iframe>
</div></figure>



<p>ซึ่งจังหวะเพลงส่วนใหญ่ในอัลบั้มนี้จะเบสออนจังหวะกลาง ไม่เร็วหรือช้าเกินไป แต่ยังส่งหมัดฮุกชวนตราตรึงเป็นระยะ จากจุดเริ่มต้นผ่านลีดกีตาร์ทั้งสามตัวที่ดำเนินพร้อมเบสริทึ่ม กลองมาร์ชชิ่งผสมเพอร์คัสชั่น เคล้าเสียงไวโอลินและคีย์บอร์ดเปียโนอันไพเราะ พวกเขาก็ได้เว้นช่วงให้แต่ละเครื่องได้เฉิดฉายราวคณะดุริงยางค์ เหมาะแก่การเล่นในคอนเสิร์ตฮอลหรือโรงละครเอามาก ๆ</p>



<p>และอีกหนึ่งความพิเศษของ Instrumental Music ในหลายต่อหลายแทร็กของพวกเขาที่ เช่น <strong>Anahata</strong>, <strong>Life Is Beautiful When You Smile</strong>, <strong>Healing</strong>, <strong>Change Your Heart</strong> ก็ทำงานกับอารมณ์ได้อย่างลื่นไหล เรียบง่าย แถมส่งต่อพลังบวกที่ค่อย ๆ สัมผัสส่วนลึก เพื่อรักษารอยร้าวและเติมเต็มส่วนที่ขาดหายไป ใครได้ฟังแอบมีน้ำตารื้นกันบ้างแหละ</p>



<figure class="wp-block-embed is-type-video is-provider-youtube wp-block-embed-youtube wp-embed-aspect-16-9 wp-has-aspect-ratio"><div class="wp-block-embed__wrapper">
<iframe title="Hope The Flowers - Hold My Hand (Official Video)" width="1020" height="574" src="https://www.youtube.com/embed/2UM1oc_WUFU?feature=oembed" frameborder="0" allow="accelerometer; autoplay; clipboard-write; encrypted-media; gyroscope; picture-in-picture; web-share" allowfullscreen></iframe>
</div></figure>



<p>ทว่าเพลง<strong> Find Yourself</strong>,<strong> Hold My Hand </strong>กลับระเบิดความโออ่าบางประการที่สะกดเราด้วยขุมพลังที่ซ่อนอยู่ด้วยการเรียบเรียงไดนามิกหนักเบาเคลือบความหมองหม่น ทำให้ดนตรียาวกว่า 4-8 นาที ไม่น่าเบื่อนัก หรืองานเพลงบัลลาดร่วมสมัยอย่าง <strong>แม้ว่าโลกนี้ไม่มีใครรับฟังเธอ </strong>ที่ได้เสียงคอรัสของเอ้–กุลจิรา ทองคง แห่งวง Beagle Hug ร่วมกับฮอน—ณรงค์ฤทธิ์ อิทธิพลนาวากุล (มือกีตาร์) ช่วยปลดปล่อยอารมณ์ทุกข์เศร้า และโอบกอดผู้ฟังยามเหนื่อยล้</p>



<p>อย่างไรก็ตาม องค์ประกอบภาพรวมของอัลบั้มก็ได้ฉายสีสันแห่งท้องฟ้า ผืนน้ำ หาดทราย เม็ดดิน กระทั่งการหวนคืนสู่สายลมแห่งธรรมชาติ เหมือนพวกเขาได้กลับไปที่หัวใจหลักของการเป็น Healers ผู้ถ่ายทอดความรักและมอบสิ่งที่เรียกว่าความหวังดั่งรุ่งอรุณให้แก่เพื่อนมนุษย์อีกครั้ง</p>
<p>The post <a href="https://www.cdcosmos.com/cosmos-review/hope-the-flowers-sonorous-faith-pt2/">เปล่งเสียงแห่งศรัทธาและเดินหน้าสู้ด้วยใจหวังกับ ‘Sonorous Faith PT.2’ อัลบั้มใหม่จาก Hope the Flowers</a> appeared first on <a href="https://www.cdcosmos.com">cdcosmos</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>สำรวจอดีตสุดเหนือจริงและช่วงชีวิตที่แปรปรวนผ่าน ‘Life Is Shuffle / Surrealist Part 2’ อัลบั้มล่าสุดจาก Dogwhine</title>
		<link>https://www.cdcosmos.com/cosmos-review/dogwhine-life-is-shuffle-surrealist-part-2/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[peerapong k]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 11 May 2023 11:08:02 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[COSMOS Review]]></category>
		<category><![CDATA[Dogwhine]]></category>
		<category><![CDATA[Life Is Shuffle / Surrealist Part 2]]></category>
		<category><![CDATA[Sundae Records]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.cdcosmos.com/?p=90535</guid>

					<description><![CDATA[<p>‘Life Is Shuffle / Surrealist Part 2’ ผลงานภาคต่อจาก Dogwhine ร็อคซาวด์แนวทดลอง สังกัดค่าย Sundae Records ที่โยงใยสตอรี่ไลน์ในองค์ประกอบดนตรีอันเข้มข้นท้าทาย โดดเด่นด้วยโวคัล talk-singing แฝงเมสเสจทางการเมือง ซุกซ่อนประวัติศาสตร์ พวกเขาจำแลงโลกดิสโทเปียผ่านงานศิลปะของ ภูมิ วิศิษฏ์วิญญู (@poom.winyoo) และยังคงคุณภาพด้านมิกซ์มาสเตอร์ที่ได้ เอ็กซ์–ธนวัฒน์ ดำรงสิริ จับมือกับ พัด–บริพัตร แสงสิริ แห่ง OWLYU Studio ควบคุมในส่วนบันทึกเสียง ภาพยนตร์ วิดีโอเกมส์ วัฒนธรรมล่าแม่มด ไปจนถึงจดหมายรักและเสียงกู่ร้องของชนชั้นแรงงาน จากความเลือนลางไม่มีเส้นเรื่องตายตัว สู่คอนเซปต์ชวลที่สามารถจับต้องได้ เมื่อผนวกรวมกับชุดแรกที่ปล่อยช่วงต้นปีก่อน อัลบั้มชุดนี้สร้างความประทับใจแบบคาดไม่ถึงเหมือนกันว่าพวกเขาใช้วัตถุดิบที่มีอยู่ให้สนุก ขุดลึกสัญชาตญาณดิบของมนุษย์ คล้ายกำลังหลุดเข้าไปในอีกมิติหรือเส้นทางที่ไม่เคยสัมผัสมาก่อนได้ยังไง ถ้าอยากรู้ละก็ตามมาฟังแต่ละแทร็กกันเลย แนะนำให้ทุกคนลองเปิดฟังตั้งแต่พาร์ทแรกเพื่ออรรถรส เปิดฉาก Surrealist บรรยายเสียงราวอารัมภบทยุค Middle Ages ผ่านการเกากีตาร์ไนลอน สอดประสานเครื่องเป่าเจือกลิ่นอายโมเดิร์นร่วมสมัยที่เสิร์ฟความนิ่งงันแต่น่าติดตามไม่น้อย Horseback Cemetery พวกเขากระหน่ำซัดอินโทรกลองดั่งพายุทะเลทรายสไตล์สโตนเนอร์ร็อคยุคเซเว่นตี้พุ่ง ๆ</p>
<p>The post <a href="https://www.cdcosmos.com/cosmos-review/dogwhine-life-is-shuffle-surrealist-part-2/">สำรวจอดีตสุดเหนือจริงและช่วงชีวิตที่แปรปรวนผ่าน ‘Life Is Shuffle / Surrealist Part 2’ อัลบั้มล่าสุดจาก Dogwhine</a> appeared first on <a href="https://www.cdcosmos.com">cdcosmos</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<p><strong>‘Life Is Shuffle / Surrealist Part 2’</strong> ผลงานภาคต่อจาก <strong>Dogwhine</strong> ร็อคซาวด์แนวทดลอง สังกัดค่าย <strong>Sundae Records</strong> ที่โยงใยสตอรี่ไลน์ในองค์ประกอบดนตรีอันเข้มข้นท้าทาย โดดเด่นด้วยโวคัล talk-singing แฝงเมสเสจทางการเมือง ซุกซ่อนประวัติศาสตร์ พวกเขาจำแลงโลกดิสโทเปียผ่านงานศิลปะของ ภูมิ วิศิษฏ์วิญญู (@poom.winyoo) และยังคงคุณภาพด้านมิกซ์มาสเตอร์ที่ได้ เอ็กซ์–ธนวัฒน์ ดำรงสิริ จับมือกับ พัด–บริพัตร แสงสิริ แห่ง OWLYU Studio ควบคุมในส่วนบันทึกเสียง</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img fetchpriority="high" decoding="async" width="800" height="800" src="https://www.cdcosmos.com/wp-content/uploads/2023/05/DOGWHINE_Life_Is_Shuffle_-_Surrealist_Part_2_cover_image-1-800x800.webp" alt="" class="wp-image-90536" srcset="https://www.cdcosmos.com/wp-content/uploads/2023/05/DOGWHINE_Life_Is_Shuffle_-_Surrealist_Part_2_cover_image-1-800x800.webp 800w, https://www.cdcosmos.com/wp-content/uploads/2023/05/DOGWHINE_Life_Is_Shuffle_-_Surrealist_Part_2_cover_image-1-400x400.webp 400w, https://www.cdcosmos.com/wp-content/uploads/2023/05/DOGWHINE_Life_Is_Shuffle_-_Surrealist_Part_2_cover_image-1-280x280.webp 280w, https://www.cdcosmos.com/wp-content/uploads/2023/05/DOGWHINE_Life_Is_Shuffle_-_Surrealist_Part_2_cover_image-1-768x768.webp 768w, https://www.cdcosmos.com/wp-content/uploads/2023/05/DOGWHINE_Life_Is_Shuffle_-_Surrealist_Part_2_cover_image-1-300x300.webp 300w, https://www.cdcosmos.com/wp-content/uploads/2023/05/DOGWHINE_Life_Is_Shuffle_-_Surrealist_Part_2_cover_image-1-600x600.webp 600w, https://www.cdcosmos.com/wp-content/uploads/2023/05/DOGWHINE_Life_Is_Shuffle_-_Surrealist_Part_2_cover_image-1-100x100.webp 100w, https://www.cdcosmos.com/wp-content/uploads/2023/05/DOGWHINE_Life_Is_Shuffle_-_Surrealist_Part_2_cover_image-1.webp 1440w" sizes="(max-width: 800px) 100vw, 800px" /><figcaption class="wp-element-caption">ปกอัลบั้ม <strong>Life Is Shuffle / Surrealist Part 2</strong> ของ <strong>Dogwhine</strong></figcaption></figure>



<p>ภาพยนตร์ วิดีโอเกมส์ วัฒนธรรมล่าแม่มด ไปจนถึงจดหมายรักและเสียงกู่ร้องของชนชั้นแรงงาน จากความเลือนลางไม่มีเส้นเรื่องตายตัว สู่คอนเซปต์ชวลที่สามารถจับต้องได้ เมื่อผนวกรวมกับชุดแรกที่ปล่อยช่วงต้นปีก่อน อัลบั้มชุดนี้สร้างความประทับใจแบบคาดไม่ถึงเหมือนกันว่าพวกเขาใช้วัตถุดิบที่มีอยู่ให้สนุก ขุดลึกสัญชาตญาณดิบของมนุษย์ คล้ายกำลังหลุดเข้าไปในอีกมิติหรือเส้นทางที่ไม่เคยสัมผัสมาก่อนได้ยังไง ถ้าอยากรู้ละก็ตามมาฟังแต่ละแทร็กกันเลย</p>



<p><strong>แนะนำให้ทุกคนลองเปิดฟังตั้งแต่พาร์ทแรกเพื่ออรรถรส</strong></p>



<p>เปิดฉาก <strong>Surrealist</strong> บรรยายเสียงราวอารัมภบทยุค Middle Ages ผ่านการเกากีตาร์ไนลอน สอดประสานเครื่องเป่าเจือกลิ่นอายโมเดิร์นร่วมสมัยที่เสิร์ฟความนิ่งงันแต่น่าติดตามไม่น้อย</p>



<p><strong>Horseback Cemetery</strong> พวกเขากระหน่ำซัดอินโทรกลองดั่งพายุทะเลทรายสไตล์สโตนเนอร์ร็อคยุคเซเว่นตี้พุ่ง ๆ ชวนฮึกเฮิม ผสานลีดกีตาร์และริฟฟ์ที่ค่อย ๆ โทนดาวน์ผ่านเบส แซ็กโซโฟนในช่วงกลางเพลง เสมือนลมร้อนใกล้จะสงบลง ก่อนขี่ม้าออกอาละวาดอีกครั้งและจบความบ้าคลั่งของเวสเทิร์นคาวบอยผู้นั้นอย่างโดดเดี่ยว</p>



<p><strong>Metroidvania</strong> ดำเนินด้วยริทึ่มเบสที่ตั้งจังหวะวนลูป แทรกคอร์ดกีตาร์สับ ๆ ตีคู่ไฮแฮทกลองและทอมพอประมาณ ไม่หวือหวาจนเกินไป แถมให้ความรู้สึกแบบซาวด์แทร็กเกมส์เก่า ๆ โดยชื่อของ Metroidvania ยังหมายถึงวิดีโอเกมส์ sub-genre ที่ควบรวมระหว่างกลไกของ “Metroid” และ “Castlevania” (1968) ที่ทรงอิทธิพลต่อตระกูล Soulslike มาถึงปัจจุบัน อาทิ Blasphemous, The 2D Dark Souls ก็เป็นเกมส์ที่พวกเขาได้รับแรงบันดาลใจให้แต่งเพลงนี้ขึ้น เพราะชีวิตต้องต่อกรกับสิ่งที่ยากกว่าอยู่เสมอ และรีวอร์ดคือบทเรียนในทุกย่างก้าวที่เราเลือกเดิน</p>



<p><strong>Praise a sonar</strong> ส่งแรงกระเพื่อมจากคลื่นใต้น้ำ คล้ายสัญญาณเตือนหน่วยสำรวจถ้ำในท่อน “Come back to the cave, We Follow” ซึ่งเรามักจะได้ยินเพลงนี้ในหลาย ๆ โชว์ก่อนหน้าที่คาดว่ามีอายุมากกว่า 2 ปี พวกเขาพร้อมใจกันสตรัมเครื่องสายตัดสลับเอฟเฟคซินธ์เคล้าแซ็กและวกกลับไปที่เมโลดี้ไลน์ของเบสกลองกลิ่นอายฟรีแจ๊สสูบฉีดเลือด</p>



<p><strong>Around right atrium</strong> (แปลว่าหัวใจห้องบนขวา) แทร็กเพลงกลิ่นอายอาร์ตร็อค หยอกล่อให้เราคล้อยตาม ก่อนตัดสวนผ่านเสียงร้อง สลับทางคอร์ดไล่สเกล สาดซาวด์ใส่แบ็คกราวนด์แบบชุลมุนทว่านุ่มนวลอย่างแปลกประหลาด จะเรียกเนื้อหาการรำพึงถึงมิวส์สาวที่ปรากฏตัวในช่วงท้ายของมิวสิควิดีโอจากทีม 130.PDF ว่าเป็นสารรักก็ย่อมได้ ส่วนไดนามิกดนตรีก็ว้าวมาก ชอบ ขอปรบมือ</p>



<p><strong>Keep pace, Lover</strong> ให้ฟิลลิ่งแบบ dive-lounge music โทนเหงา ๆ กลางไฟสลัวที่หยิบ lofi beats จังหวะช้า ๆ มาคั่นเป็น Interlude หยุดพักจากความร้อนระอุ และไปฟังกันต่อที่ <strong>Bleak autumn, We meet again</strong> จับเสียงเดี่ยวกีตาร์ ยิงอัดเอฟเฟคกลิตซ์สับขาหลอก</p>



<p>ก่อนส่งท่อนโซโล่เข้า <strong>LORD</strong> เปิดมาคือเท่ตะโกนจริง ๆ สำหรับเพลงนี้ ตั้งแต่การจำลองเสียง error ของคอมพิวเตอร์ด้วยซาวด์เอฟเฟค Octave Earthquaker ประกอบพิทช์ดีเลย์เสียงแตก สลับเทมโป โต้ตอบระหว่างกีตาร์สองตัวบวกเบสกรูฟ ๆ ระหว่างทรานซิชั่นที่ปล่อยให้เสียงแซ็กโซโฟนโลดแล่นคลอจังหวะกลอง เล่นล้อเป็นเมโลดี้ หลากหลายอารมณ์ทั้งโพสต์พังก์ โพรเกรสซิฟ และยิปซีแจ๊ส ต่างหลั่งไหลมาบรรจบกัน ออกล่าชนิดขยี้จนหยดสุดท้ายและปิดอัลบั้มได้อย่างสมภาคภูมิ</p>



<p><a href="https://bfan.link/life-is-shuffle-surrealist-pt-2">https://bfan.link/life-is-shuffle-surrealist-pt-2</a></p>
<p>The post <a href="https://www.cdcosmos.com/cosmos-review/dogwhine-life-is-shuffle-surrealist-part-2/">สำรวจอดีตสุดเหนือจริงและช่วงชีวิตที่แปรปรวนผ่าน ‘Life Is Shuffle / Surrealist Part 2’ อัลบั้มล่าสุดจาก Dogwhine</a> appeared first on <a href="https://www.cdcosmos.com">cdcosmos</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>‘First Two Pages of Frankenstein&#8217; อัลบั้มที่ 9 จาก The National ที่คอยบอกว่าเราไม่ได้อยู่ตัวคนเดียวในโลกนี้</title>
		<link>https://www.cdcosmos.com/cosmos-review/the-national-first-two-pages-of-frankenstein-2/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[peerapong k]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 10 May 2023 07:14:26 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[COSMOS Review]]></category>
		<category><![CDATA[First Two Pages of Frankenstein]]></category>
		<category><![CDATA[Pop]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.cdcosmos.com/?p=90421</guid>

					<description><![CDATA[<p>‘First Two Pages of Frankenstein&#8217; คือสตูดิโออัลบั้มลำดับที่ 9 จาก The National ที่ทุกคนต่างตั้งตารอดูว่าวงนี้จะนำเสนอดนตรีออกมาในทิศทางไหน เพราะจากซิงเกิ้ลเปิดตัว ‘Tropic Morning News’ ที่ปล่อยมาให้ได้ฟังกันก่อนก็นำเสนอดนตรีที่เพิ่มสีสันความร่วมสมัย แต่เพลงต่อๆ ไปยังคงกลิ่นอายของ ‘sad-sack-mope-dad-rock-brunch-core-Americana’ อย่างที่ครั้งหนึ่ง Matt Berninger เคยนิยามวงตัวเองไว้ ผนวกด้วยเรื่องราวความสัมพันธ์และสิ่งรอบตัวที่เล่าออกมาได้ลุ่มลึก และยังได้ศิลปินชั้นนำมากมายทั้ง Sufjan Steven, Taylor Swift, Phoebe Bridgers มาร่วมงาน มาลองไล่ฟังกันไปทีละเพลงและค้นหาว่าเราจะได้เจออะไรบ้างในอัลบั้มชุดนี้ ในช่วงที่ทุกคนเจอกับล็อกดาวน์โควิด แมตเองก็เจอกับภาวะซึมเศร้าและเขียนเพลงไม่ออก ส่วนเพื่อร่วมวงเจอกับ existential crisis ที่ทำให้วงเกือบจะไม่ได้ไปต่อ จนกระทั่งแมตได้อ่านวรรณกรรมคลาสสิกของ Mary Shelley เรื่อง Frankenstein ในสองหน้าแรก เขาพบกับภาพประกอบของผืนดินรกร้างที่สะท้อนความรู้สึกว่างเปล่า ซึ่งตรงนั้นเองที่ทำให้เขารู้สึกว่าไม่ได้อยู่ตัวคนเดียวเพราะมันสะท้อนอารมณ์ของเขาโดยตรง นั่นจึงเป็นแรงบันดาลใจให้เขากลับมาเขียนเพลงได้ Once Upon the Poolside (feat. Sufjan Stevens)</p>
<p>The post <a href="https://www.cdcosmos.com/cosmos-review/the-national-first-two-pages-of-frankenstein-2/">‘First Two Pages of Frankenstein&#8217; อัลบั้มที่ 9 จาก The National ที่คอยบอกว่าเราไม่ได้อยู่ตัวคนเดียวในโลกนี้</a> appeared first on <a href="https://www.cdcosmos.com">cdcosmos</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<p><em>‘First Two Pages of Frankenstein&#8217;</em> คือสตูดิโออัลบั้มลำดับที่ 9 จาก <strong>The National</strong> ที่ทุกคนต่างตั้งตารอดูว่าวงนี้จะนำเสนอดนตรีออกมาในทิศทางไหน เพราะจากซิงเกิ้ลเปิดตัว <em>‘Tropic Morning News’</em> ที่ปล่อยมาให้ได้ฟังกันก่อนก็นำเสนอดนตรีที่เพิ่มสีสันความร่วมสมัย แต่เพลงต่อๆ ไปยังคงกลิ่นอายของ ‘sad-sack-mope-dad-rock-brunch-core-Americana’ อย่างที่ครั้งหนึ่ง Matt Berninger เคยนิยามวงตัวเองไว้ ผนวกด้วยเรื่องราวความสัมพันธ์และสิ่งรอบตัวที่เล่าออกมาได้ลุ่มลึก และยังได้ศิลปินชั้นนำมากมายทั้ง <strong>Sufjan Steven, Taylor Swift, Phoebe Bridgers</strong> มาร่วมงาน มาลองไล่ฟังกันไปทีละเพลงและค้นหาว่าเราจะได้เจออะไรบ้างในอัลบั้มชุดนี้</p>



<p>ในช่วงที่ทุกคนเจอกับล็อกดาวน์โควิด แมตเองก็เจอกับภาวะซึมเศร้าและเขียนเพลงไม่ออก ส่วนเพื่อร่วมวงเจอกับ existential crisis ที่ทำให้วงเกือบจะไม่ได้ไปต่อ จนกระทั่งแมตได้อ่านวรรณกรรมคลาสสิกของ Mary Shelley เรื่อง Frankenstein ในสองหน้าแรก เขาพบกับภาพประกอบของผืนดินรกร้างที่สะท้อนความรู้สึกว่างเปล่า ซึ่งตรงนั้นเองที่ทำให้เขารู้สึกว่าไม่ได้อยู่ตัวคนเดียวเพราะมันสะท้อนอารมณ์ของเขาโดยตรง นั่นจึงเป็นแรงบันดาลใจให้เขากลับมาเขียนเพลงได้</p>



<figure class="wp-block-embed is-type-rich is-provider-spotify wp-block-embed-spotify wp-embed-aspect-21-9 wp-has-aspect-ratio"><div class="wp-block-embed__wrapper">
<iframe title="Spotify Embed: First Two Pages of Frankenstein" style="border-radius: 12px" width="100%" height="352" frameborder="0" allowfullscreen allow="autoplay; clipboard-write; encrypted-media; fullscreen; picture-in-picture" loading="lazy" src="https://open.spotify.com/embed/album/5Mc6uebYtKnRc5I7bjlNB6?si=VQY619WgT4mV-NuFwW4-Cw&#038;utm_source=oembed"></iframe>
</div></figure>



<p><strong><em>Once Upon the Poolside</em> (feat. Sufjan Stevens)</strong></p>



<p>แทร็กเปิดอัลบั้มที่พรมนิ้วบรรเลงเปียโนเมโลดี้งดงามที่ได้ <strong>Sufjan Stevens</strong> เจ้าพ่อเพลงนุ่มมาช่วยเติมเต็มความหวานปนขมในเพลงนี้ บรรยากาศของเพลงที่ชวนนึกถึงความทรงจำช่วงฤดูร้อนอันแสนสั้น เขายังจำได้ถึงน้ำหอมกลิ่นส้มแทนเจอรีนอ่อน ๆ ที่เธอใช้ ความรู้สึกตื่นเต้นและท่วมท้นที่มีต่อเธอคนนั้นยังเข้มข้น แต่มันไม่ได้คงทนตลอดไป</p>



<p><em><strong>Eucalyptus</strong></em></p>



<p>ช่วงเวลาที่ความสัมพันธ์ยังหอมหวาน เราต่างแบ่งปันความทรงจำและข้าวของร่วมกัน ในเพลงโฟล์กร็อกแสนสับสนขมขื่นเพลงนี้ก็ได้ร่ายนามสิ่งของต่าง ๆ ที่ต่างฝ่ายต่างเกี่ยงกันว่าใครจะเป็นคนเอาไป เพราะถ้าทิ้งมันไว้ในห้องที่เคยใช้ชีวิตด้วยกัน บางทีก็จะไม่ถูกใช้งาน ไม่ก็อาจจะทำพัง แต่เห็นผลที่จริงมันแค่ไม่อยากที่จะต้องเหลือบไปมองมัน เพราะภาพเก่า ๆ คงย้อนมาและก็คงจะเจ็บแปลบ ๆ</p>



<p><em><strong>New Order T-Shirt</strong></em></p>



<figure class="wp-block-embed is-type-video is-provider-youtube wp-block-embed-youtube wp-embed-aspect-16-9 wp-has-aspect-ratio"><div class="wp-block-embed__wrapper">
<iframe loading="lazy" title="The National - New Order T-Shirt (Official Visualizer)" width="1020" height="574" src="https://www.youtube.com/embed/QEMabLFhD38?feature=oembed" frameborder="0" allow="accelerometer; autoplay; clipboard-write; encrypted-media; gyroscope; picture-in-picture; web-share" allowfullscreen></iframe>
</div></figure>



<p>กีตาร์โปร่งเบาบางเล่นคลอไปกับเนื้อเพลงสุดแสนเรียบง่ายที่เล่าเรื่องราวความสัมพันธ์ขึ้นลง ทั้งสุข เศร้า การต้องจากกันและหวนกลับมาพบกันใหม่ ที่คนคนหนึ่งเฝ้ามองอีกคนที่อยู่ในชีวิตในช่วงเวลาต่าง ๆ โดย Matt Berninger เล่าออกมาราวกับฉากในหนังเรื่องหนึ่ง ๆ เธอที่เคลื่อนไหวราวกับภาพในโปสเตอร์หนังยุค 70s เธอที่คุยกับเจ้าฉลามในอเควเรียม เธอที่อยู่ในเสื้อยืด New Order ของฉัน อุ้มแมวและจิบเบียร์ไปพร้อม ๆ กัน</p>



<p><strong><em>This Isn&#8217;t Helping</em> (feat. Phoebe Bridgers)</strong></p>



<p>เสียงทุ้มซึมเซาของ <strong>Phoebe Bridgers</strong> ในเพลงเด่นเสียงเปียโนเพลงนี้ช่วยขับกล่อมให้เราจมดิ่งไปกับความปลงตกในความสัมพันธ์ที่พยายามจะรักษาไว้โดยยื้อให้สุด แต่ยิ่งยื้อก็ยิ่งเหนื่อย เพราะมันไม่ว่าจะทำอย่างไรก็ไม่สามารถกู้คืนกลับมาได้เลย</p>



<p><em><strong>Tropic Morning News</strong></em></p>



<figure class="wp-block-embed is-type-video is-provider-youtube wp-block-embed-youtube wp-embed-aspect-16-9 wp-has-aspect-ratio"><div class="wp-block-embed__wrapper">
<iframe loading="lazy" title="The National - Tropic Morning News (Lyric Video)" width="1020" height="574" src="https://www.youtube.com/embed/zdU0qwZKLfU?feature=oembed" frameborder="0" allow="accelerometer; autoplay; clipboard-write; encrypted-media; gyroscope; picture-in-picture; web-share" allowfullscreen></iframe>
</div></figure>



<p>ซิงเกิ้ลเปิดตัวอัลบั้มใหม่ที่ปล่อยออกมาให้ฟังกันเป็นเพลงแรก ดึงความสนใจของแฟนเพลง <strong>The National</strong> เพราะซาวด์อิเล็กทรอนิกสุดป๊อปเป้นสิ่งที่เราอาจไม่คุ้นนัก ในเพลงจังหวะคึกคักแต่กลับพูดถึงความรู้สึกน่าหน่ายใจของข่าวเช้าที่น่าหดหู่ กลับกลายเป็นสิ่งแรกที่เราต้องพบเจอในแต่ละวัน</p>



<p><em><strong>Alien</strong></em></p>



<p>ไลน์กีตาร์โพสต์พังก์นุ่ม ๆ ที่เป็นเสน่ห์ของวงกลับมาในเพลงนี้ ซาวด์ดีไซน์เท่ ๆ และการสอดประสานของเลเยอร์ซินธ์สวย ๆ ที่เนื้อหาตีความได้ถึงการปล่อยใจทำอะไรตามที่อยาก โดยไม่ต้องสนว่าใครจะมองยังไง เวลาชีวิตนึงมันสั้น จะแต่งตัว เล่น role play เป็นอะไรก็ได้ เสียงร้องกึ่งพูดผสมเหมือนพึมพำฮัมเมโลดี้ และการทอดเสียงในท่อนฮุกเป็นอะไรที่รับส่งกันได้กลมกล่อม ก่อนจะหวดกลองรัวและโซโล่กีตาร์เท่ที่แทรกขึ้นมาแบบน้อยแต่มากในช่วงท้ายของเพลง</p>



<p><strong><em>The Alcott</em> (feat. Taylor Swift)</strong></p>



<figure class="wp-block-embed is-type-video is-provider-youtube wp-block-embed-youtube wp-embed-aspect-16-9 wp-has-aspect-ratio"><div class="wp-block-embed__wrapper">
<iframe loading="lazy" title="The National - The Alcott (feat. Taylor Swift) (Official Lyric Video)" width="1020" height="574" src="https://www.youtube.com/embed/wCqoNu36y2o?feature=oembed" frameborder="0" allow="accelerometer; autoplay; clipboard-write; encrypted-media; gyroscope; picture-in-picture; web-share" allowfullscreen></iframe>
</div></figure>



<p>จากการที่ Aaron Dessner เคยร่วมงานในฐานะโปรดิวเซอร์ในอัลบั้ม <em>&#8216;Evermore&#8217;</em> ของศิลปินสาว คราวนี้เธอจึงมาร่วมแต่งเพลงนี้โดยใช้เวลาเพียง 20 นาทีเติมเต็มเรื่องราวความสัมพันธ์ที่ไม่สมหวัง และเสียงร้องนุ่มที่สอดประสานร้องรับส่งเข้ามาก็พิสูจน์ความสามารถในการเป็นนักร้องนักแต่งเพลงของ <strong>Taylor Swift</strong> ได้อย่างเป็นประจักษ์ เสียงเปียโนที่เป็นแกนหลัก แทรกเพิ่มมาด้วยเครื่องสาย และกีตาร์กับกลองที่อุ้มบรรยากาศทำให้เป็นอีกเพลงเด่นของอัลบั้มที่งดงามมาก</p>



<p><em><strong>Grease In Your Hair</strong></em></p>



<p>ขยับจังหวะขึ้นมาเล็กน้อยกับเพลงรำพันถึงห้วงรักหวานปนขม โดยมีซาวด์ของกลองอินดัสเทรียลแบบที่เคยปรากฏในงานชุดเก่า ๆ ของพวกเขา</p>



<p><em><strong>Ice Machines</strong></em></p>



<p>อะคุสติกกีตาร์เบา ๆ บรรเลงในเพลงน้อยแต่มากกับความรู้สึกอัดอั้นที่ไม่อยากตัดขาดตัวเองจากสรรสิ่งรอบตัว ช่วงท้ายของเพลงเขียนออกมาได้คล้องจอง และสละสลวย บรรยายความสับสน โดดเดี่ยว และแปลกแยกได้เห็นภาพ</p>



<p><strong><em>Your Mind is Not Your Friend</em> (feat. Phoebe Bridgers)</strong></p>



<figure class="wp-block-embed is-type-video is-provider-youtube wp-block-embed-youtube wp-embed-aspect-16-9 wp-has-aspect-ratio"><div class="wp-block-embed__wrapper">
<iframe loading="lazy" title="The National - Your Mind Is Not Your Friend (feat. Phoebe Bridgers) (Official Video)" width="1020" height="574" src="https://www.youtube.com/embed/KrCTNeuvmqA?feature=oembed" frameborder="0" allow="accelerometer; autoplay; clipboard-write; encrypted-media; gyroscope; picture-in-picture; web-share" allowfullscreen></iframe>
</div></figure>



<p>อีกเพลงที่ Phoebe Bridgers ร่วมร้อง และมิวสิกวิดิโอกำกับโดยน้องชายของเธอ ขณะที่น้องชายของแมตก็มาร่วมแสดง คำนี้เป็นคำที่ Carin Besser ภรรยาของแมตและผู้ร่วมเขียนเพลงนี้เคยพูดกับเขาว่าเพื่อช่วยให้ก้าวผ่านภาวะซึมเศร้าได้ว่า ‘นี่ไม่ใช่ตัวตนของเธอ สิ่งนี้มันไม่จริง มันเป็นแค่สารในสมอง ที่ตอนนี้มันทำตัวไม่น่ารักกับเธอเท่าไหร่’ รวมถึงเป็นเพลงที่เป็นผลพวงจากการเปิดเจอสองหน้าแรกของแฟรงเกนสไตน์และเจอกับภาพประกอบภาพนั้น เมื่อเขากลับไปเผชิญหน้ากับความว่างเปล่าในห้วงคิด นั่นเองที่ทำให้เขามองเข้าไปในความตื่นตระหนกที่จะไม่สามารถเขียนเพลงได้อีก ว่าบางทีหัวสมองของเรามันก็ไม่ได้เป็นดั่งใจไปได้ตลอด</p>



<p><em><strong>Send For Me</strong></em></p>



<p>ปิดท้ายด้วยเพลงนุ่ม ๆ ที่มีเสียงเคาะเบา ๆ ของมาริมบา กับความอบอุ่มที่ส่งผ่านเนื้อเพลง ในความรู้สึกที่จะคอยอยู่เคียงข้างบุคคลที่อยู่ในเนื้อเพลงนั้นเสมอ</p>



<p>ความกลมกล่อมแยบคายในเนื้อหาที่ไล่เลียงมาได้สละสลวยและอัดแน่นไปด้วยอารมณ์ ถูกเล่าผ่านลายเซ็นดนตรีที่ชัดเจน แต่มีการเสริมเติมแต่งให้เข้ากับยุคสมัย ทำให้เราไม่แปลกใจที่ <strong>The National</strong> จะมีแฟนเพลงหลงรักมาอย่างยาวนาน รวมถึงมีคนชื่นชอบมากขึ้นเรื่อย ๆ มาได้เป็นเวลาเกือบยี่สิบปี</p>
<p>The post <a href="https://www.cdcosmos.com/cosmos-review/the-national-first-two-pages-of-frankenstein-2/">‘First Two Pages of Frankenstein&#8217; อัลบั้มที่ 9 จาก The National ที่คอยบอกว่าเราไม่ได้อยู่ตัวคนเดียวในโลกนี้</a> appeared first on <a href="https://www.cdcosmos.com">cdcosmos</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>‘Sunshower’ อัลบั้มแรกของ Rocketman ที่พาทุกคนฝ่าทุกสภาพอากาศแปรปรวนในชีวิตไปกับดนตรี r&#038;b</title>
		<link>https://www.cdcosmos.com/cosmos-review/rocketman-sunshower/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[peerapong k]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 13 Apr 2023 11:03:07 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[COSMOS Review]]></category>
		<category><![CDATA[neo-soul]]></category>
		<category><![CDATA[Rocketman]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.cdcosmos.com/?p=89925</guid>

					<description><![CDATA[<p>หลังจากปล่อยซิงเกิ้ลออกมามากมาย ขโมยหัวใจคนฟังทั้งไทยและเทศไปได้มากมาย Rocketman วง neo-soul r&#38;b จากค่าย Rats Record ก็ปล่อยอัลบั้มเต็มอัลบั้มแรกของตัวเองออกมาซักที พร้อมสองเพลงใหม่ที่ยังฉายให้เห็นความสามารถอันโดดเด่นของวงได้ดีมาก &#8216;Sunshower&#8217; คือคำเรียกปรากฎการณ์ที่ฝนตกลงมาพร้อมแดดออก เกิดจากความแปรปรวนของลมที่พาฝนมายังพื้นที่ไม่มีเมฆ และบางครั้งก็ทำให้เกิดสายรุ้งตามมา เปรียบแล้วก็เหมือนกับชีวิตของทุกคน ที่มีทั้งวันที่ดีและวันที่ต้องเสียน้ำตา แต่เราต่างเติบโตขึ้นและได้เรียนรู้อะไรบางอย่างจากวันเหล่านั้นเหมือนกัน อัลบั้มนี้เหมือนเสื้อกันฝนสีเหลืองสดใส ที่ใช้ครอบหูของเราแล้วออกไปเผชิญฟ้าฝนในวันที่ไม่เป็นใจ หรือใช้ปูกับพื้นเพื่อให้เรานั่งฟังเสียงของแดดแรกในวันที่ดี และพาเราทุกคนฝ่าทุกความแปรปรวนในชีวิตไปด้วยกัน ลองไปฟังเพลงในอัลบั้มพร้อมกันเถอะ Orange Coffee เสียงทักทายจากวิทยุซ้ำไปซ้ำมา ทำให้เราตั้งตัวรับเสียงกีตาร์น่ารัก ๆ แทบไม่ทัน เสียงเบสเด้ง ๆ ก็ทำให้อารมณ์ของเพลงละมุนมาก ๆ ท่อนก่อนฮุคที่กระตุ้นที่ใช้คำซ้ำสะกดจิตเราจนเราต้องรักเพลงนี้ แล้วจัดด้วยท่อนฮุกที่ติดหูมาก ๆ “Wake up baby, you&#8217;re my orange coffee” สำหรับแฟนกาแฟส้มอย่างเราคือเพลงนี้หวานซ่อนเปรี้ยวได้กลมกล่อมมาก Saturday Morning เพลงนี้น่ารักตั้งแต่เริ่มสาธยายความสุขในวันหยุดที่ได้ใช้เวลากับคนที่เรารัก ตื่นเช้ามาเห็นหน้าเธอคนแรก ทำอาหารเช้ามานั่งกินกัน นอนกอดกันดูซีรีส์ที่ชอบบน Netflix หรือนอนเปื่อยกันยันเที่ยงคืน จะมีอะไรมีความสุขไปกว่านี้ ดนตรีก็ถ่ายทอดอารมณ์อบอุ่นนั้นได้สวยงาม ตั้งแต่เสียงกีตาร์สดใสต้นไปถึงบีตกลองฮิปฮอป</p>
<p>The post <a href="https://www.cdcosmos.com/cosmos-review/rocketman-sunshower/">‘Sunshower’ อัลบั้มแรกของ Rocketman ที่พาทุกคนฝ่าทุกสภาพอากาศแปรปรวนในชีวิตไปกับดนตรี r&amp;b</a> appeared first on <a href="https://www.cdcosmos.com">cdcosmos</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<p>หลังจากปล่อยซิงเกิ้ลออกมามากมาย ขโมยหัวใจคนฟังทั้งไทยและเทศไปได้มากมาย <strong>Rocketman</strong> วง neo-soul r&amp;b จากค่าย Rats Record ก็ปล่อยอัลบั้มเต็มอัลบั้มแรกของตัวเองออกมาซักที พร้อมสองเพลงใหม่ที่ยังฉายให้เห็นความสามารถอันโดดเด่นของวงได้ดีมาก</p>



<p>&#8216;Sunshower&#8217; คือคำเรียกปรากฎการณ์ที่ฝนตกลงมาพร้อมแดดออก เกิดจากความแปรปรวนของลมที่พาฝนมายังพื้นที่ไม่มีเมฆ และบางครั้งก็ทำให้เกิดสายรุ้งตามมา เปรียบแล้วก็เหมือนกับชีวิตของทุกคน ที่มีทั้งวันที่ดีและวันที่ต้องเสียน้ำตา แต่เราต่างเติบโตขึ้นและได้เรียนรู้อะไรบางอย่างจากวันเหล่านั้นเหมือนกัน</p>



<p>อัลบั้มนี้เหมือนเสื้อกันฝนสีเหลืองสดใส ที่ใช้ครอบหูของเราแล้วออกไปเผชิญฟ้าฝนในวันที่ไม่เป็นใจ หรือใช้ปูกับพื้นเพื่อให้เรานั่งฟังเสียงของแดดแรกในวันที่ดี และพาเราทุกคนฝ่าทุกความแปรปรวนในชีวิตไปด้วยกัน</p>



<p>ลองไปฟังเพลงในอัลบั้มพร้อมกันเถอะ</p>



<figure class="wp-block-embed is-type-rich is-provider-spotify wp-block-embed-spotify wp-embed-aspect-21-9 wp-has-aspect-ratio"><div class="wp-block-embed__wrapper">
<iframe title="Spotify Embed: SUNSHOWER" style="border-radius: 12px" width="100%" height="352" frameborder="0" allowfullscreen allow="autoplay; clipboard-write; encrypted-media; fullscreen; picture-in-picture" loading="lazy" src="https://open.spotify.com/embed/album/18WIlesKiUT74HTRMMpBgB?si=zxVfLhGsQ7GbAyLnfH-g3A&#038;utm_source=oembed"></iframe>
</div></figure>



<p><em><strong>Orange Coffee</strong></em></p>



<p>เสียงทักทายจากวิทยุซ้ำไปซ้ำมา ทำให้เราตั้งตัวรับเสียงกีตาร์น่ารัก ๆ แทบไม่ทัน เสียงเบสเด้ง ๆ ก็ทำให้อารมณ์ของเพลงละมุนมาก ๆ ท่อนก่อนฮุคที่กระตุ้นที่ใช้คำซ้ำสะกดจิตเราจนเราต้องรักเพลงนี้ แล้วจัดด้วยท่อนฮุกที่ติดหูมาก ๆ “Wake up baby, you&#8217;re my orange coffee” สำหรับแฟนกาแฟส้มอย่างเราคือเพลงนี้หวานซ่อนเปรี้ยวได้กลมกล่อมมาก</p>



<figure class="wp-block-embed is-type-video is-provider-youtube wp-block-embed-youtube wp-embed-aspect-16-9 wp-has-aspect-ratio"><div class="wp-block-embed__wrapper">
<iframe loading="lazy" title="Rocketman - Saturday Morning [Official Video]" width="1020" height="574" src="https://www.youtube.com/embed/jp_fTMbQaQM?feature=oembed" frameborder="0" allow="accelerometer; autoplay; clipboard-write; encrypted-media; gyroscope; picture-in-picture; web-share" allowfullscreen></iframe>
</div></figure>



<p><em><strong>Saturday Morning</strong></em></p>



<p>เพลงนี้น่ารักตั้งแต่เริ่มสาธยายความสุขในวันหยุดที่ได้ใช้เวลากับคนที่เรารัก ตื่นเช้ามาเห็นหน้าเธอคนแรก ทำอาหารเช้ามานั่งกินกัน นอนกอดกันดูซีรีส์ที่ชอบบน Netflix หรือนอนเปื่อยกันยันเที่ยงคืน จะมีอะไรมีความสุขไปกว่านี้ ดนตรีก็ถ่ายทอดอารมณ์อบอุ่นนั้นได้สวยงาม ตั้งแต่เสียงกีตาร์สดใสต้นไปถึงบีตกลองฮิปฮอป รายละเอียดยุบยับจากเสียงต่าง ๆ ที่ยุกยิกสอดประสานในหูของเรา ท่อนฮุกที่เพิ่มห้องดนตรีเข้าไปได้เท่สุด ๆ outro ที่ซัดอีกฮุกที่ลดรูปด้วยเสียงซินธ์น้อย ๆ และเสียงมัทที่เซ็กซี่สุด ๆ</p>



<p><em><strong>I’m okay</strong></em></p>



<p>เป็นอีกหนึ่งเพลงที่ได้เห็นความสามารถที่แตกต่างของวง กับการใช้บีทเป็นหลักและเติมด้วยเสียงซินธ์ที่เพิ่มไดนามิกให้กับเพลง มีความ r&amp;b เผ็ด ๆ มัทก็โชว์ไรม์แร็พเจ็บ ๆ ที่ตัดพ้อถึงความอ่อนแอของตัวเองได้เจ๋งมาก</p>



<p><em><strong>Fool Me</strong></em></p>



<p>ป๊อปติดหู กับลูกกรูฟชวนโยกในท่อนสองแถมจังหวะอัพบีตที่เพิ่มเข้ามาก็เพลิดเพลินสุด ๆ หลังจากห้วงเซื่องซึมตอนต้นที่สะกดเราอยู่ ท่อนเชื่อมก็กังวานในหูเหมือนติดอยู่ในภวังค์ช่วยเพิ่มบรรยากาศและอารมณ์เพลงได้โดนใจ เติมสีสันให้เพลงไปต่อได้จนจบ</p>



<p><em><strong>Tremblin’</strong></em></p>



<p>เราหลงเสน่ห์เพลงนี้ตั้งแต่อินโทร ด้วยดนตรีโซลที่มีกรู๊ฟช้า ๆ หวานเยิ้มกับเครื่องดนตรีไม่กี่ชิ้น ช่วยกันสร้างบรรยากาศแสนโรแมนติกขึ้นมา แต่เนื้อหากลับขมขื่นไปด้วยภาพฝันในอดีตที่ไม่อาจเกิดขึ้นอีก เนื้อเพลงสวยงามราวกับหนังรอมคอมจากยุค 90s ที่อธิบายสิ่งเล็ก ๆ ในความสัมพันธ์ได้เซ็กซี่ แต่เมื่ออยู่ในเพลงนี้กลับกลายเป็นความเหงาที่ไม่มีอะไรมาเติมเต็มได้</p>



<p>‘trembling’ แปลว่า อาการตัวสั่นเบา ๆ จากการตอบสนองต่อสิ่งที่เหนือความคาดหมาย ทำให้ในท่อน ‘Do you feel tremblin’ when I touch your skin?’ เธอยังรู้สึกอะไรบ้างไหมเวลาฉันสัมผัสเธอ มันเลยเป็นคำถามที่เศร้ามาก ๆ</p>



<p><em><strong>Loved You Wrong Feat. LANDOKMAI</strong></em></p>



<p>เมโลดี้ร้องที่หวานเยิ้ม ลูกเล่นทางดนตรีที่ซับซ้อนแต่น่าฟังการดรอปดนตรีเพื่อสร้างบรรยากาศ สอดประสานเครื่องดนตรีทุกชิ้นเข้ากันอย่างลงตัว แต่ชูไลน์ดนตรีในแต่ละท่อนออกมาได้โดดเด่น ชอบตรงเสียงซินธ์ที่ย้อนยุคนิด ๆ ให้อารมณ์แปลกกว่าเพลงอื่น ๆ ในบั้มหน่อย ยิ่งเจอเสียง อูปิม LANDOKMAI ที่กังวานเหมือนเข้ามาเพื่อคลี่คลายความรู้สึกผิดที่มีได้สวยงามมาก บีบคั้นความรู้สึกผิดต่อคนรักออกมาได้เจ็บปวดสุด ๆ ใครฟังเพลงนี้แล้วไม่ให้โอกาสคนที่ตัวเองรักอีกครั้งก็บ้าแล้ว</p>



<p><em><strong>Try, Try, Try</strong></em></p>



<p>หนึ่งในสองเพลงใหม่ที่เพิ่มเข้ามาในอัลบั้มนี้ เหมือนเป็นเพลงที่เอาไว้พักฟังหลังจากหวือหวาเกือบครึ่งอัลบั้ม ลดทอนดนตรีให้นุ่มนวลและผ่อนคลาย เติมด้วยเพอคัสชั่นน่ารัก ๆ เนื้อเพลงก็เชียร์อัพสุด ๆ ถ้าไม่ไหวก็แค่มาร้องไห้กับเราได้นะ ชอบท่อน “Afraid to fill the colour you&#8217;ve bought for yourself” มาก ๆ</p>



<p><em><strong>Lost Film</strong></em></p>



<p>neo-soul&nbsp;ฟังสนุกด้วยเสียงซินธ์และบีตสุดแปลกประหลาดเต็มไปหมด นอกเหนือจากลีดกีตาร์สำเนียงบลูส์ และเบสที่ใส่เอฟเฟกต์บันเทิงหู ยังมีเสียงซินธ์สไตล์&nbsp;90s&nbsp;แสบทรวงแบบที่เราต้องรัก เครื่องเคาะมาช่วยส่งในกรูฟ พร้อมด้วยการใส่สไตล์ร้องแบบฮิปฮอปเข้าไป แต่ที่ทำได้ดีมากจริง ๆ คือไลน์ประสานเนี่ยแหละ</p>



<p><em><strong>Holding On (to me)</strong></em></p>



<p>ด้วยลูกเล่นที่เหมือน r&amp;b เท่ ๆ ที่เสียงเบสสะกดใจเราได้อยู่หมัด มีความเป็นเพลงบิลบอร์ดแบบศิลปินต่างประเทศที่ป๊อปเพลินหูมาก ลูกเล่นบีทเมโลดี้อะไรคือเหมือนจะเรียบง่าย แต่ซ่อนฝีไม้ลายมือของวงไว้อย่างดี</p>



<figure class="wp-block-embed is-type-video is-provider-youtube wp-block-embed-youtube wp-embed-aspect-16-9 wp-has-aspect-ratio"><div class="wp-block-embed__wrapper">
<iframe loading="lazy" title="Rocketman - Sun  [Official Lyrics Video]" width="1020" height="574" src="https://www.youtube.com/embed/_5YzSEVuNFU?feature=oembed" frameborder="0" allow="accelerometer; autoplay; clipboard-write; encrypted-media; gyroscope; picture-in-picture; web-share" allowfullscreen></iframe>
</div></figure>



<p><em><strong>Sun</strong></em></p>



<p>เพลงใหม่อีกเพลงที่เพิ่มเข้ามาในอัลบั้มอีกเพลง และยังเป็น lead single ของอัลบั้มนี้ด้วย intro เรียกร้องความสนใจเราด้วยเสียงมิกซ์จากรายการวิทยุ ก่อนเสียงของมัทจะสาดเข้ามาเหมือนแสงแรกของวัน เสียงของมัทคือหวานบาดใจมาก เปรียบการคิดถึงคนที่เรารัก เหมือนการถูกอาบด้วยแสงอาทิตย์อันอบอุ่น กีตาร์กับคีย์เปียโนคือล้อเล่นกันไปมาได้สนุกสนานไปทั้งเพลง</p>



<p>ท่อนกลางก็ยังใส่แซมจากรายการทีวีมาแซวศิลปิน ก่อนจะจัดหนักด้วยท่อน r&amp;b หวาน ๆ ให้อีกชุด ท่อนดรอปช่วงหลัง ที่กดเสียงซินธ์ขึ้นมากับเมโลดี้นุ่ม ๆ คือโคตรดีต่อใจ</p>



<p>ติดตามข่าวสารของวง Rocketman ได้ที่ <a href="https://www.facebook.com/RocketmanBand">Facebook</a> และ <a href="https://www.instagram.com/rocketmanishere/">Instagram</a></p>
<p>The post <a href="https://www.cdcosmos.com/cosmos-review/rocketman-sunshower/">‘Sunshower’ อัลบั้มแรกของ Rocketman ที่พาทุกคนฝ่าทุกสภาพอากาศแปรปรวนในชีวิตไปกับดนตรี r&amp;b</a> appeared first on <a href="https://www.cdcosmos.com">cdcosmos</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>Door Plant กับอัลบั้มเต็มชุดแรก ‘Drowsiness of DOEK’ ที่ปลุกความสดใสวัยมันกันสุด ๆ</title>
		<link>https://www.cdcosmos.com/cosmos-review/door-plant-drowsiness-of-doek/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[peerapong k]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 07 Apr 2023 07:19:28 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[COSMOS Review]]></category>
		<category><![CDATA[SEED]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.cdcosmos.com/?p=89847</guid>

					<description><![CDATA[<p>Door Plant วงอินดี้ร็อกมาแรงที่เปิดตัวด้วยเพลงเบดรูมป๊อปฟังสบายเมโลดี้น่ารัก เผยผลงานอัลบั้มเต็มจัดไปจุก ๆ 13 เพลง โดยนอกจากเพลงเก่าที่เคยปล่อยออกมาจะถูกเอามารวมแล้ว ยังมีเพลงใหม่ที่ซาวด์ดีไซน์น่าสนใจเต็มไปหมด ธีมหลักที่ถูกเล่าในอัลบั้มนี้น่าจะเป็นช่วงเวลาที่สมาชิกทุกคนขลุกตัวกันอยู่ในคอนโดแถวเมืองเองเพื่อทำเพลง เป็นที่มาของชื่ออัลบั้มที่ทีแรกเราก็สงสัยว่ามันต้องอ่านว่าอะไรนะ สุดท้ายก็ได้คำตอบว่ามันคือ Drowsiness of (คอน)Do(เมือง)Ek นั่นเอง เราจะมาไล่เลียงกันไปทีละเพลง กดฟังประกอบที่เพลย์ลิสต์ด้านล่างนี้ได้เลย DOOR PLANT เพลงอินโทรเปิดอัลบั้มไร้เนื้อจังหวะสนุก ชวนนึกถึงอินดี้ร็อกยุค 2010s ประเภทวง Beach Fossils, DIIV, Surf Curse ที่โดดเด่นด้วยกีตาร์พลังงานพลุ่งพล่าน SEED ทักทายเราด้วยเสียงคลื่นกระทบฝั่งกับเบสฟุ้ง ๆ สไตล์ดรีมป๊อป ก่อนหวดเข้าอินโทรกีตาร์เมโลดี้เพราะ เสียงร้องสองเลเยอร์ภาษาอังกฤษที่เราไม่ค่อยคุ้นเคยเท่าไหร่สำหรับวงนี้ แต่บรรยากาศต่าง ๆ และมู้ดที่ได้รับจากเพลงนี้มันสดชื่นมาก ชอบการเล่นคำที่เต็มไปด้วยตัว S ซึ่งร้องวนอยู่พักนึงจนเป็นอะไรที่ติดหู จบฮุกก็มีเสียงเพอร์คัสชันที่น่าสนใจมาก สามารถเร้าอารมณ์ส่งเข้าฮุกอีกท่อนได้ดี I’m sorry to being bored of your loveliness เมโลดี้กีตาร์แหลม ๆ ปลดปล่อยความสดใสสี่บาร์ก่อนเข้าเวิร์สฟังสบาย</p>
<p>The post <a href="https://www.cdcosmos.com/cosmos-review/door-plant-drowsiness-of-doek/">Door Plant กับอัลบั้มเต็มชุดแรก ‘Drowsiness of DOEK’ ที่ปลุกความสดใสวัยมันกันสุด ๆ</a> appeared first on <a href="https://www.cdcosmos.com">cdcosmos</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<p><strong>Door Plant</strong> วงอินดี้ร็อกมาแรงที่เปิดตัวด้วยเพลงเบดรูมป๊อปฟังสบายเมโลดี้น่ารัก เผยผลงานอัลบั้มเต็มจัดไปจุก ๆ 13 เพลง โดยนอกจากเพลงเก่าที่เคยปล่อยออกมาจะถูกเอามารวมแล้ว ยังมีเพลงใหม่ที่ซาวด์ดีไซน์น่าสนใจเต็มไปหมด</p>



<p>ธีมหลักที่ถูกเล่าในอัลบั้มนี้น่าจะเป็นช่วงเวลาที่สมาชิกทุกคนขลุกตัวกันอยู่ในคอนโดแถวเมืองเองเพื่อทำเพลง เป็นที่มาของชื่ออัลบั้มที่ทีแรกเราก็สงสัยว่ามันต้องอ่านว่าอะไรนะ สุดท้ายก็ได้คำตอบว่ามันคือ Drowsiness of (คอน)Do(เมือง)Ek นั่นเอง</p>



<p>เราจะมาไล่เลียงกันไปทีละเพลง กดฟังประกอบที่เพลย์ลิสต์ด้านล่างนี้ได้เลย</p>



<figure class="wp-block-embed is-type-rich is-provider-spotify wp-block-embed-spotify wp-embed-aspect-21-9 wp-has-aspect-ratio"><div class="wp-block-embed__wrapper">
<iframe title="Spotify Embed: Drowsiness of DOEK" style="border-radius: 12px" width="100%" height="352" frameborder="0" allowfullscreen allow="autoplay; clipboard-write; encrypted-media; fullscreen; picture-in-picture" loading="lazy" src="https://open.spotify.com/embed/album/4qvBmKdz5avFtBXuynS0Sy?si=v628OMq9SzqK8u3OpZ1oHA&#038;utm_source=oembed"></iframe>
</div></figure>



<p><em><strong>DOOR PLANT</strong></em></p>



<p>เพลงอินโทรเปิดอัลบั้มไร้เนื้อจังหวะสนุก ชวนนึกถึงอินดี้ร็อกยุค 2010s ประเภทวง <strong>Beach Fossils, DIIV, Surf Curse</strong> ที่โดดเด่นด้วยกีตาร์พลังงานพลุ่งพล่าน</p>



<p><em><strong>SEED</strong></em></p>



<p>ทักทายเราด้วยเสียงคลื่นกระทบฝั่งกับเบสฟุ้ง ๆ สไตล์ดรีมป๊อป ก่อนหวดเข้าอินโทรกีตาร์เมโลดี้เพราะ เสียงร้องสองเลเยอร์ภาษาอังกฤษที่เราไม่ค่อยคุ้นเคยเท่าไหร่สำหรับวงนี้ แต่บรรยากาศต่าง ๆ และมู้ดที่ได้รับจากเพลงนี้มันสดชื่นมาก ชอบการเล่นคำที่เต็มไปด้วยตัว S ซึ่งร้องวนอยู่พักนึงจนเป็นอะไรที่ติดหู จบฮุกก็มีเสียงเพอร์คัสชันที่น่าสนใจมาก สามารถเร้าอารมณ์ส่งเข้าฮุกอีกท่อนได้ดี</p>



<p><em><strong>I’m sorry to being bored of your loveliness</strong></em></p>



<p>เมโลดี้กีตาร์แหลม ๆ ปลดปล่อยความสดใสสี่บาร์ก่อนเข้าเวิร์สฟังสบาย บรรเลงดนตรีอินดี้ร็อกสนุกไปสักพัก เราก็จับทางได้ว่าเมโลดี้ร้องชวนให้นึกถึงซาวด์แทร็กประกอบหนังวัยรุ่นยุค 2000s มาก ๆ ก่อนที่จะมีท่อนดรอปมาเป็นสโลวแจมชวนเอนหลัง นึกถึงวงเทือก ๆ <strong>Spiritualized</strong> ที่ตอนหลังปั่นฟัซเสียงฟุ้งชูเกซลอยละล่องทำนองนั้น เพราะมาก</p>



<figure class="wp-block-embed is-type-video is-provider-youtube wp-block-embed-youtube wp-embed-aspect-16-9 wp-has-aspect-ratio"><div class="wp-block-embed__wrapper">
<iframe loading="lazy" title="Door Plant - I’m sorry to being bored of your loveliness (Official MV)" width="1020" height="574" src="https://www.youtube.com/embed/Gn37cukZPeM?feature=oembed" frameborder="0" allow="accelerometer; autoplay; clipboard-write; encrypted-media; gyroscope; picture-in-picture; web-share" allowfullscreen></iframe>
</div></figure>



<p><em><strong>ขอให้เธอ</strong></em></p>



<p>เพลงที่เคยปล่อยไปก่อนหน้านี้และทำให้วงเป็นที่สนใจจากทุกหนทุกแห่ง อินโทรขึ้นมาเป็นบีตอิเล็กทรอนิกสดใส ก่อนโยนเข้าซาวด์กีตาร์ฟุ้ง ๆ เอกลักษณ์ของวง กลองเร้ากับเบสที่เคียงคู่กันมาทำให้ใจเราเต้นรัว เป็นเพลงภาษาไทยของวงที่เราชื่นชอบ คือสามารถเรียบเรียงท่อนฮุกได้ระรื่นหู แล้วยังแฝงท่อนจำที่ร้องขอให้เธอวน ๆ จนเราร้องตามได้ พวกลูกตอดกีตาร์ไลน์โซโล่มันน่ารักไปหมดเลยง่ะ แล้วยิ่งท้ายเพลงก็คือขโมยซีนไปเลย</p>



<p><em><strong>เธอนั่นไง</strong></em></p>



<p>อีกเพลงที่กระชากใจวัยมันไปได้แล้วก่อนหน้านี้ ดนตรีสนุกชวนดิ้น กลองเร้า ๆ กับเนื้อหาน่ารักชวนบิด พร้อมเสียงร้องประสานฮ้าฮาฟังแล้วใจฟูสุด ๆ แต่ในความหวานก็ไม่ลืมที่จะฝากกีตาร์ซิ่ง ๆ ตัดเลี่ยนกันก่อนเข้าพรีฮุกอีกท่อน มีท่อนพักก่อนเข้าโซโล่ที่กระตุกจิตกระชากใจ ทำให้ไม่แปลกใจเลยว่าวงนี้เป็นอีกวงที่ไดนามิกของเพลงเหมาะเอาไปเล่นสดมาก และแน่นอน <strong>Door Plant</strong> เป็นหนึ่งในวงไทยที่เราเคยดูสดแล้วยอมรับว่า สนุกจริง</p>



<p><em><strong>Shower now</strong></em></p>



<p>กีตาร์เกาเมโลดี้เบา ๆ ขึ้นมาชวนนึกถึง ‘<em>Babies’</em> ของ <strong>Pulp</strong> แบบนี้ก็ทำให้เราหัวโยกตัวโยนตามได้แล้ว เพลงนี้เราอาจจะเดาไปว่า เป็นตอนแชตคุยกับสาวแล้วสาวบอกว่าอาบน้ำแปป แต่จริง ๆ แล้วเป็นการพูดถึงชีวิตวันวันนึงที่มีแต่สิ่งที่ต้องทำอะไรเต็มไปหมดก็ไม่รู้ รีบอาบน้ำแล้วออกมาปั่นงานกันต่อ ซึ่งเพลงเร็ว ๆ ก็บอกใบ้กลาย ๆ ถึงความรีบที่ใช้ในห้องน้ำได้ดี</p>



<p><em><strong>I love to sleep more than you</strong></em></p>



<p>ชอบชื่อเพลงมาก เพลงนี้ได้ <strong>Yonlapa</strong> มาช่วยร้องด้วย เป็นเพลงที่โดดเด่นในความเป็นโฟล์ก เบดรูมป๊อป ได้เสียงเครื่องสายและเสียงน้อยหน่ามาช่วยทำให้เพลงมีมวลอบอุ่น รู้สึกถึงที่นอนนุ่ม ๆ ไม่อยากจะลุกไปไหนเลยจริง ๆ แต่วงนี้เขาชอบมีเซอร์ไพรส์ หมดท่อนนี้ไปก็เป็นเสียงอู้อี้แทรกเข้ามาพร้อมกับเปียโนพริ้ม ๆ กลายมาเป็นดนตรี hypnagogic pop สุดหน่วงชวนลอยละล่อง พร้อมด้วยกีตาร์ jangle พาโยกไปเพลิน ๆ</p>



<figure class="wp-block-embed is-type-video is-provider-youtube wp-block-embed-youtube wp-embed-aspect-16-9 wp-has-aspect-ratio"><div class="wp-block-embed__wrapper">
<iframe loading="lazy" title="Door Plant - I love to sleep more than you feat.Yonlapa (Official MV)" width="1020" height="574" src="https://www.youtube.com/embed/BEmtc0mlI64?feature=oembed" frameborder="0" allow="accelerometer; autoplay; clipboard-write; encrypted-media; gyroscope; picture-in-picture; web-share" allowfullscreen></iframe>
</div></figure>



<p><em><strong>Plum</strong></em></p>



<p>ดนตรีจังหวะกลางได้ฟีลอัลเทอร์เนทิฟร็อก พ่วงด้วยซาวด์กีตาร์ซาวด์อู้พลันนึกถึงดรีมป๊อปสวย ๆ ประมาณเกือบสิบปีก่อน เสียงร้องที่ค่อนข้างชัดเจนเลยตัดมู้ดง่วงเหงาหาวนอนไปได้ แต่ที่น่าสนใจคือลีดกีตาร์บรรเลงโน้ตที่เพราะเอามาก ๆ จบฮุกไปก็ได้เจอกับดนตรีอุ่น ๆ ที่โอบอุ้มเราให้รู้สึกอบอุ่น แล้วยิ่งท่อนหลังก็ปล่อยให้เราเคลิ้มไปกับอารมณ์ฟุ้งฝันไปจนจบเพลง</p>



<p><em><strong>Just Sometime</strong></em></p>



<p>นี่น่าจะเป็นอีกเพลงนึงที่เราได้ฟังพวกเขาหวดกันตอนเล่นสดแล้วทำให้ติดใจจนถึงทุกวันนี้ กีตาร์กลองรับส่งกันกับเบสพุ่ง ๆ ชวนโดดกันตั้งแต่ต้นเพลง ซินธ์บาง ๆ ที่เลือกเสียงมาได้เพราะ กับกีตาร์ไลน์นึงที่เล่นสับคอร์ดแบบ skank ในเพลงเร็กเกทำเอาเราเบิกตาโพลง ท่อนคอรัสก็ชวนร้องตามได้ไม่ยาก เรียกได้ว่าเป็นเพลงอัพมู้ดที่มีประสิทธิภาพ ท้ายเพลงสาดเอฟเฟกต์พร่าหูกันจนหัวสั่น</p>



<p><em><strong>Made in…</strong></em></p>



<p>ดนตรีน่าสนใจสุด ๆ เปิดมาได้ซาวด์กีตาร์ฟีล <strong>The Smiths, The Cure</strong> กับวิธีการร้องที่ดิบ ๆ หน่อย ทำนองสนุก เล่นล้อไปกับเบสที่คลออยู่ข้างหลัง ช่วงเข้าสู่การเปลี่ยนท่อนก็เหมือน up lift ทุกอย่างให้กระฉับกระเฉงมีชีวิตชีวา เหมือนเพลงนี้เล่าเรื่องไปเรื่อย ๆ แต่ก็มีท่อนเวิร์สหลักที่ยึดไว้ให้วนกลับมาอีกรอบ ที่เราชอบมากก็หนีไม่พ้นลูกเล่นนีโอไซเคเดลิกที่โผล่มาแว้บ ๆ ทำเอาเหวอ กีตาร์ท้ายเพลงก็แสนจะเพราะ สดชื่นมาก ๆ รู้สึกฟังสนุกแบบเพลงดูสั้นไปเลย ต้องกดวนซ้ำอีกสักรอบ</p>



<p><em><strong>Real Song</strong></em></p>



<p>เพลงช้าที่ขึ้นมาด้วยกลองฟุ้ง ๆ ก่อนจะเข้าซาวด์กีตาร์สไตล์ <strong>Door Plant</strong> และการร้องแบบผ่อนเสียง แต่ก็มีความดิบสืบเนื่องจากเพลงก่อนหน้า แล้วจังหวะเครื่องดนตรีตอนมาผสานกันคือเท่มาก ว่ากันตามตรงเรารู้สึกว่าเพลงช้า เพลงจังหวะกลางในชุดนี้ วงสามารถนำเสนอซาวด์ดีไซน์ออกมาได้น่าสนใจและน่าฟังแทบทุกเพลง</p>



<p><em><strong>Halohola</strong></em></p>



<p>น่าจะเป็นเพลงที่นำเสนอความเป็นอิเล็กทรอนิกมากที่สุดในบรรดาเพลงอื่น ๆ โดดเด่นจัดจ้านด้วยซินธิไซเซอร์และลูกกรูฟสไตล์นีโอไซเคเดเลีย ชวนนึกถึงเพลงชิลเวฟแบบ <strong>Toro Y Moi, Washed Out</strong> ชุดแรก ๆ มาก ไลน์ซินธ์หลักที่เดินทำนอง สอดประสานมาด้วยกีตาร์ในท่อนถัดมารับส่งกันได้ดีมาก รวมไปถึงเสียงคอรัสชวนฟังสบายสุด ๆ เป็นหนึ่งในเพลงที่ชอบที่สุดในอัลบั้มเลย</p>



<p><em><strong>Bye Bye Bye</strong></em></p>



<p>ปิดท้ายกันไปด้วยเพลงน่ารักจังหวะผ่อนคลายเป็น hypnagogic pop เสียงใสชวนให้เอนกายพัก แอบมีเสียงลูกเล่นอิเล็กทรอนิกอนาล็อก เสียงเอคโค่ชวนเมาแทรกเข้ามาเป็นระยะ ๆ ถึงจะเป็นเพลงสุดท้าย แต่มั่นใจได้เลยว่าพวกเขาไม่ปล่อยให้เป็นเพลงช้าธรรมดา ๆ แน่นอน</p>



<p>ใครฟังจบแล้วเกิดติดใจ อย่าลืมตามไปเชียร์พวกเขาที่ <strong>DOOR PLANT &#8220;DROWSINESS OF DOEK&#8221; Album Launch Party</strong> รับประกันความสนุกโดยเราเอง แล้วยังมีวงเพื่อน ๆ ทั้ง <strong>SURFF</strong> และ <strong>Bellythebear</strong> มาแจมด้วย เจอกัน 28 เมษายนนี้ ที่ Lido Connect ซื้อบัตรได้ที่ <a href="https://ticketmelon.com/sss/doorplant?fbclid=IwAR1gcCOVdA8Rd5lxcM0yiCwx5mQIuPOJIniA_f-P7pgpafOC0lksidnWafI"></a><a href="https://ticketmelon.com/sss/doorplant">https://ticketmelon.com/sss/doorplant</a></p>
<p>The post <a href="https://www.cdcosmos.com/cosmos-review/door-plant-drowsiness-of-doek/">Door Plant กับอัลบั้มเต็มชุดแรก ‘Drowsiness of DOEK’ ที่ปลุกความสดใสวัยมันกันสุด ๆ</a> appeared first on <a href="https://www.cdcosmos.com">cdcosmos</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ขุดหาความไซคีที่ซ่อนอยู่ในจิตใจของเรา ผ่าน &#8216;ALTER EGO&#8217; อัลบั้มใหม่ล่าสุดจาก MAKARA</title>
		<link>https://www.cdcosmos.com/cosmos-review/makara-alter-ego/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[peerapong k]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 15 Mar 2023 09:08:51 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[COSMOS Review]]></category>
		<category><![CDATA[Alter Ego]]></category>
		<category><![CDATA[MAKARA]]></category>
		<category><![CDATA[Psycedelic]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.cdcosmos.com/?p=89553</guid>

					<description><![CDATA[<p>จากโปรเจกต์ส่วนตัวของมือกีตาร์วง Blues Tape ที่ขณะเดียวกันก็เป็นหนึ่งในผู้อยู่เบื้องหลัง De Commune ไลฟ์เฮาส์/คลับย่านพระสุเมรุที่คึกคักที่สุดแห่งหนึ่งในขณะนี้ MAKARA ได้กลายมาเป็นผลผลิตสำคัญที่ คิว—มกรา ดลสุขเลิศ ทุ่มเทและตั้งใจปลุกปั้นออกมาได้อย่างน่าติดตามจากงานชุดแรก ‘Jellyman use Scoopy sword to empty the sun in Yootah’ เมื่อปี 2020 โดยได้ชวนเพื่อน ๆ ทั้ง แม็กซ์—ฐากร อัญภานนท์ จาก H 3 F และ บูม—ชาญกิจ เจริญกิจพิสุทธิ์ โปรดิวเซอร์คู่บุญของ ธีร์ จินตะ พร้อมด้วยสมาชิกลึกลับ D &#8211; D69 มาเสริมสร้างความเข้มข้นในรสชาติดนตรีอัลเทอร์เนทิฟร็อกผสานกลิ่นอายไซเคเดลิก ที่ทุกคนพูดถึงทั้งเพลงและการแสดงสดของพวกเขาที่จัดจ้านและทรงพลัง จนกลายเป็นอีกวงดนตรีที่น่าจับตามองสุด ๆ ปี 2023 นี้ MAKARA ก็ได้ปล่อยงานชุดที่สองออกมาในชื่อ ‘ALTER EGO’ อัลบั้มความยาวขนาด</p>
<p>The post <a href="https://www.cdcosmos.com/cosmos-review/makara-alter-ego/">ขุดหาความไซคีที่ซ่อนอยู่ในจิตใจของเรา ผ่าน &#8216;ALTER EGO&#8217; อัลบั้มใหม่ล่าสุดจาก MAKARA</a> appeared first on <a href="https://www.cdcosmos.com">cdcosmos</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<p>จากโปรเจกต์ส่วนตัวของมือกีตาร์วง <strong>Blues Tape</strong> ที่ขณะเดียวกันก็เป็นหนึ่งในผู้อยู่เบื้องหลัง De Commune ไลฟ์เฮาส์/คลับย่านพระสุเมรุที่คึกคักที่สุดแห่งหนึ่งในขณะนี้ <strong>MAKARA</strong> ได้กลายมาเป็นผลผลิตสำคัญที่ <strong>คิว—มกรา ดลสุขเลิศ</strong> ทุ่มเทและตั้งใจปลุกปั้นออกมาได้อย่างน่าติดตามจากงานชุดแรก <em>‘Jellyman use Scoopy sword to empty the sun in Yootah’</em> เมื่อปี 2020 โดยได้ชวนเพื่อน ๆ ทั้ง <strong>แม็กซ์—ฐากร อัญภานนท์</strong> จาก <strong>H 3 F</strong> และ <strong>บูม—ชาญกิจ เจริญกิจพิสุทธิ์</strong> โปรดิวเซอร์คู่บุญของ <strong>ธีร์ จินตะ</strong> พร้อมด้วยสมาชิกลึกลับ <strong>D &#8211; D69</strong> มาเสริมสร้างความเข้มข้นในรสชาติดนตรีอัลเทอร์เนทิฟร็อกผสานกลิ่นอายไซเคเดลิก ที่ทุกคนพูดถึงทั้งเพลงและการแสดงสดของพวกเขาที่จัดจ้านและทรงพลัง จนกลายเป็นอีกวงดนตรีที่น่าจับตามองสุด ๆ</p>



<p>ปี 2023 นี้ <strong>MAKARA</strong> ก็ได้ปล่อยงานชุดที่สองออกมาในชื่อ <em>‘ALTER EGO’</em> อัลบั้มความยาวขนาด 10 เพลงที่เราอยากชวนให้ลองฟังซาวด์ใหม่ ๆ ที่เพิ่มองค์ประกอบของอิเล็กทรอนิกเข้ามา และท่วงทำนองหม่นลึกลับดูดาร์กขึ้น ทำให้ซาวด์โดยรวมค่อยข้างแปลกไปจากแต่ก่อน</p>



<p><em><strong>&#8216;Gypsy Treatment&#8217;</strong></em></p>



<figure class="wp-block-embed is-type-video is-provider-youtube wp-block-embed-youtube wp-embed-aspect-16-9 wp-has-aspect-ratio"><div class="wp-block-embed__wrapper">
<iframe loading="lazy" title="Makara - Gypsy Treatment (Official Audio)" width="1020" height="574" src="https://www.youtube.com/embed/80eWM5pNMOI?feature=oembed" frameborder="0" allow="accelerometer; autoplay; clipboard-write; encrypted-media; gyroscope; picture-in-picture; web-share" allowfullscreen></iframe>
</div></figure>



<p>MAKARA มักจะนำเสนอดนตรีร็อกที่แฝงกลิ่นอายไซเคเดลิก แต่ในซิงเกิ้ลแรกของงานชุดใหม่นี้ได้รับแรงบันดาลใจจากแนวเพลง gypsy jazz โดยใช้เครื่อง OP-Z ในการสร้างเสียงกลองสังเคราะห์ ใช้โทนกีตาร์ให้มีกลิ่น Western music และได้ <strong>นิว—ปฐมพล จันทรอินทร์</strong> (Ahivar/De COmmune) มามิกซ์และดีไซน์ซาวด์สังเคราะห์&nbsp; ความเท่คือเพลงนี้ใช้คอร์ดกีตาร์และเบสชวนป่วงให้ความรู้สึกลึกลับ สับสน เมโลดี้ร้องที่พอจับมาประกอบกันแล้วทำเอาเราจับทางไม่ถูกกับเพลงเท่ ๆ เพลงนี้ พาร์ตโซโล่นี่ได้ฟีลออกไปเดินพเนจร จนได้บรรยากาศทะเลทราย กลิ่นไอแดดลอยมา สมกับชื่อเพลง</p>



<p><em><strong>‘Toy’</strong></em></p>



<figure class="wp-block-embed is-type-video is-provider-youtube wp-block-embed-youtube wp-embed-aspect-16-9 wp-has-aspect-ratio"><div class="wp-block-embed__wrapper">
<iframe loading="lazy" title="Makara - Toy (Official Audio)" width="1020" height="574" src="https://www.youtube.com/embed/yiMxk35w8RI?feature=oembed" frameborder="0" allow="accelerometer; autoplay; clipboard-write; encrypted-media; gyroscope; picture-in-picture; web-share" allowfullscreen></iframe>
</div></figure>



<p>ปกติเราจะคุ้นเคยกับดนตรีเท่ ๆ แต่ในซิงเกิ้ลที่สองนี้พวกเขาเลือกที่จะเสียฟอร์มยอมเป็นของเล่นของเธอ โดยเพลงเปรียบได้น่ารักน่าเห็นใจว่าตอนเด็ก ๆ เราก็ชอบเล่นของเล่นแหละ แต่พอโตมาแล้วกลายเป็นของเล่นซะเองมันไม่สนุกเอาซะเลย ดนตรีอัลเทอร์เนทิฟป๊อปใส ๆ แฝงไลน์กีตาร์ไซเคเดลิกเล็กน้อย และสอดแทรกลูกเล่นซาวด์อิเล็กทรอนิกให้ความรู้สึกพลาสติก ๆ ล้อไปกับคำว่า ‘Toy’ น่ารักมาก</p>



<p><em><strong>‘I’m a Trash’</strong></em></p>



<p>เบสหนึบและไลน์กีตาร์เท่ พร้อมด้วยเสียงซินธิไซเซอร์ที่แฉลบแหลมขึ้นมาสร้างความรู้สึกพิศวง ซาวด์ดีไซน์ชวนฉงนสนเท่ห์เหมือนติดอยู่ในวังวนอะไรสักอย่าง รวมไปถึงวิธีการร้องที่ให้อารมณ์ประชดประชันยียวน และกีตาร์โซโล่โชว์ลวดลายได้เท่เกินใคร</p>



<p><em><strong>‘Lake Side’</strong></em></p>



<figure class="wp-block-embed is-type-video is-provider-youtube wp-block-embed-youtube wp-embed-aspect-4-3 wp-has-aspect-ratio"><div class="wp-block-embed__wrapper">
<iframe loading="lazy" title="MAKARA - LAKESIDE (Official Visualizer)" width="1020" height="765" src="https://www.youtube.com/embed/UtuJVpJElRg?feature=oembed" frameborder="0" allow="accelerometer; autoplay; clipboard-write; encrypted-media; gyroscope; picture-in-picture; web-share" allowfullscreen></iframe>
</div></figure>



<p>ซิงเกิ้ลล่าสุดที่ปล่อยออกมาพร้อมกับการเปิดตัวอัลบั้ม โดยมีมิวสิกวิดิโอขาวดำทำเป็นแอนิเมชันสุด abstract นำแสดงโดยคิว และ D &#8211; D69 มีมาออกลวดลายโซโล่แอร์กีตาร์ให้เราได้ดูกันในท่อนลีดสุดขยี้ เบสแตก ๆ กับซาวด์ดีไซน์สุดถมึงทึงขับบรรยากาศในอัลบั้มให้ลึกลับขึ้นเรื่อย ๆ ในแทร็คนี้เหมือนพวกเขาเล่าเรื่องปรัมปราชวนผวา ฟังดูไม่ปลอดภัยเหมือนกำลังต่อสู้กับปีศาจหรืออะไรบางอย่างที่เราต่างหวาดกลัวและจะคอยกัดกินเราโดยไม่ให้รู้ตัว ซึ่งเราต้องจัดการมันก่อนที่มันจะทำอันตรายเรา</p>



<p><em><strong>‘Temple’</strong></em></p>



<p>ให้อารมณ์ต่อเนื่องกันไปกับกลองจังหวะกลาง ๆ เสียงเคาะเพอร์คัสชันดำเนินไปกับเมโลดี้กีตาร์ติดหูที่เล่นลูปคลอไปตลอดทั้งเพลง การร้องผ่อน ๆ เสียง ทำให้ดูฟังสบาย แต่ไม่ทันไรก็แผดเสียงกีตาร์ชวนให้จิตเตลิดเปิดเปิงในท้ายเพลง บอกเลยว่าเท่ไม่พัก</p>



<p><em><strong>‘Feed Me’</strong></em></p>



<p>ขยับบีตขึ้นมาหน่อยในแทร็คนี้ อินโทรโดดเด่นด้วยไลน์กีตาร์เท่ กับการร้องเสียงทุ้มลงมา ก่อนจะสวิตช์กลับไปร้องเสียงสูงแบบที่เราคุ้นเคยกัน เครื่องสายแทรกเข้ามาในช่วงจบคอรัสก่อนเข้าเวิร์สสอง และประสานต่อไปเรื่อย ๆ ในพาร์ตต่อมาของเพลงทำให้เกิดเป็นไดนามิกที่กลมกล่อม ท้ายเพลงกลิ่นอายแบบกีตาร์ในเพลงละตินเริ่มชัดเจนขึ้น และมีท่อนดรอปที่เพิ่มเอเลเมเนต์ของอิเล็กทรอนิกเข้ามาได้น่าสนใจ</p>



<p><em><strong>‘Instead of World’</strong></em></p>



<p>ลดทอนรายละเอียดยุบยับจากเพลงก่อน ๆ ลงมาด้วยแทร็คที่อินโทรได้กลิ่นไซเคเดลิก อเมริกาน่าจาง ๆ ที่ทีแรกเราก็คิดว่าจะเป็นสโลวร็อกให้ได้พักหู แต่เมื่อเข้าเวิร์สสองก็เริ่มเร่งจังหวะ และอัดแน่นไปด้วยความเป็นอัลเทอร์เนทิฟร็อกกีตาร์แบนด์ ก่อนจะตัดกลับไปเป็นไซค์ร็อก และร็อกแอนด์โรลตามลำดับ ความหลากหลายในเพลงนี้ทำให้สนุกมาก ๆ ตอนฟังเพราะไม่สามารถคาดเดาได้ว่าจะส่งดนตรีแบบไหนมาให้เราได้ชิมกันอีกบ้าง</p>



<p><em><strong>‘Mr.Automatic’</strong></em></p>



<p>ฉีกจากสไตล์เพลงส่วนใหญ่ของอัลบั้มด้วยแทร็คกรูฟ r&amp;b นุ่ม ๆ โชว์เมโลดี้กีตาร์สวย ๆ ในจังหวะช้า ๆ เสียงประสานในเพลงนี้ให้ความรู้สึกเซ็กซี่ยิ่งขึ้น โดยไม่ลืมที่จะใส่ไลน์โซโลกีตาร์เพราะ ๆ เข้าไปด้วย จนท้ายเพลงก็กลายมาเป็นร็อกช้าชวนซึม ถึงแม้จะเป็นการเล่าเรื่องรักที่ไม่สมหวังและอยากจะหยุดความรู้สึกนี้ แต่การตีความเนื้อหาเพลงนี้น่าสนใจเพราะเขาหวังที่จะให้มันทำได้ง่ายดายราวกับแค่กดปุ่ม</p>



<p><em><strong>‘The Sloppy of the Sky’</strong></em></p>



<figure class="wp-block-embed is-type-video is-provider-youtube wp-block-embed-youtube wp-embed-aspect-16-9 wp-has-aspect-ratio"><div class="wp-block-embed__wrapper">
<iframe loading="lazy" title="MAKARA - The Sloppy of The Sky (Official Visualizer)" width="1020" height="574" src="https://www.youtube.com/embed/n39FQvPgvR4?feature=oembed" frameborder="0" allow="accelerometer; autoplay; clipboard-write; encrypted-media; gyroscope; picture-in-picture; web-share" allowfullscreen></iframe>
</div></figure>



<p>ซิงเกิ้ลที่ถูกปล่อยออกมาเป็นเพลงที่สามจากชุดนี้ จำความรู้สึกแรกที่ได้ฟังได้เลยว่าอินโทรก็เท่แล้ว และท่อนถัดมาก็ตกเราได้ทันที ซาวด์ดีไซน์เป็นอะไรที่สนุกสุด ๆ อีกเหมือนกัน ทั้งเมโลดี้ขี้เล่นยียวนในเวิร์สกับเสียงคีย์บอร์ดที่เล่นย้ำ ๆ ตัดมาด้วยทำนองสุดเพราะในคอรัสที่แสนจะติดหู ซินธ์วิบวับในเวิร์สสองที่แม้จะโผล่มานิดเดียวก็เซ็ตมู้ดของเพลงให้สนุกขึ้นได้ รวมไปถึงกีตาร์โซโล่มัน ๆ ตอนท้ายก็ชวนเราโยกหัวสะบัด</p>



<p><em><strong>‘Carrot’</strong></em></p>



<p>แทร็คสุดท้ายที่ซาวด์อิเล็กทรอนิกนำเด่นขึ้นมา ก่อนจะตามด้วยไลน์กีตาร์และสไตล์ร้องอาหรับสเกล ซินธิไซเซอร์วินเทจชวนนึกถึงเพลงเต้นรำ retro futuristic ช่วง 80 เป็นเพลงอิเล็กทรอนิกร็อกที่เท่ไม่ไหว และเรานึกไม่ถึงจริง ๆ ว่าเขาจะส่งท้ายเราไปด้วยความรู้สึกนี้ ชอบมาก</p>



<p>รับฟัง <em><strong>‘ALTER EGO’</strong></em> ผลงานล่าสุดจาก <strong>MAKARA</strong> ได้แล้ว ที่นี่ <a href="https://bfan.link/alter-ego-4"></a><a href="https://bfan.link/alter-ego-4">https://bfan.link/alter-ego-4</a></p>
<p>The post <a href="https://www.cdcosmos.com/cosmos-review/makara-alter-ego/">ขุดหาความไซคีที่ซ่อนอยู่ในจิตใจของเรา ผ่าน &#8216;ALTER EGO&#8217; อัลบั้มใหม่ล่าสุดจาก MAKARA</a> appeared first on <a href="https://www.cdcosmos.com">cdcosmos</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ท่องมิติเสียงอันน่าหลงใหลไปกับ ‘Ain’t No Coincidence’ ผลงาน EP ชุดแรกจาก LEPYUTIN เพราะวัตถุดิบชั้นดีไม่ได้มาด้วยความบังเอิญ</title>
		<link>https://www.cdcosmos.com/cosmos-review/lepyutin-aint-no-coincidence/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[peerapong k]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 27 Feb 2023 08:45:26 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[COSMOS Review]]></category>
		<category><![CDATA[Ain&#039;t No Coincidence]]></category>
		<category><![CDATA[LEPYUTIN]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.cdcosmos.com/?p=89403</guid>

					<description><![CDATA[<p>แม้ชื่อเรียกของพวกเขาแอบลึกลับเข้าขั้น แต่คงเป็นการยากที่จะปฏิเสธ LEPYUTIN (เลอพิวติน) วงดนตรีเลือดใหม่ที่ผสานความระเริงและนุ่มนวลได้อย่างเหมาะเจาะ ตั้งแต่ลูกกรูฟ ริทึ่ม ความขึ้นลงที่ไม่แน่นอนของดนตรี กิมมิคหลาย ๆ อย่างในตัวเพลง หรือกระทั่งเคมีระหว่างหกสมาชิกเอง ยิ่งทำให้เราอยากทำความรู้จักกับพวกเขา และการไม่จำกัดแนวเพลงด้วยความตั้งใจบวกกับเพอร์ฟอร์มที่น่าสนุกชวนเซอร์ไพร์สตลอดเวลา พวกเขาเลยขึ้นชื่อว่าเป็นอีกวงที่ควรดูสดจริง ๆ ผลตอบรับจากแฟนคลับคนไทยและต่างประเทศก็ดูไปในทิศทางเดียวกัน เพราะล่าสุดวงพึ่งไปเล่นคอนเสิร์ตที่ประเทศไต้หวันกับเวียดนามมาหมาด ๆ แน่นอนว่าความฝันสุดยิ่งใหญ่ของนักดนตรีหรือบรรดาคอเพลงก็หนีไม่พ้นการได้เยือนเฟสติวัลระดับโลกอย่าง Coachella, Glastonbury, Summer Sonic และอีกนับไม่ถ้วน แต่กว่าจะคลอดเป็น EP ‘Ain’t No Coincidence’ ซิงเกิลบางส่วนเคยถูกปล่อยออกมาลองเชิงพร้อมมิวสิควิดีโอในช่วง 3-4 ปีก่อน ผ่านการเก็บเดโม่สมัยเรียนมหาวิทยาลัยต่อยอดเป็น Track by Track การบ่มเพาะสกิลที่ค่อย ๆ ละเมียดคล้ายการหมัก fine wine ที่ต้องใช้เวลา ทางวงยังบอกอีกว่าใช้การรีโปรดิวซ์ ปรับงานมิกซ์มาสเตอร์แทบทั้งหมด สิ่งที่เราสามารถคาดหวังเป็นอันดับแรกได้จากผลงานชุดนี้คือคุณภาพของซาวด์ดีไซน์ การรีอะเรนจ์องค์ประกอบซึ่งลงลึกด้านรายละเอียดเพื่อให้เราจับต้องได้ง่ายและชัดเจนขึ้น โดยไม่ทิ้งเสน่ห์และมนต์ขลังบางอย่างที่สร้างจากเบสไลน์ จังหวะกลองนำร่อง แซ็กโซโฟนชูโรง กีตาร์สามตัวที่ผลัดกันโซโล่ แทรกริฟฟ์เป็นระยะ และซินธิไซเซอร์เล็กน้อยพอหอมปากหอมคอ อันดับสองคือไดนามิกเพลงและส่วนผสมหลากหลายชนิด เช่น</p>
<p>The post <a href="https://www.cdcosmos.com/cosmos-review/lepyutin-aint-no-coincidence/">ท่องมิติเสียงอันน่าหลงใหลไปกับ ‘Ain’t No Coincidence’ ผลงาน EP ชุดแรกจาก LEPYUTIN เพราะวัตถุดิบชั้นดีไม่ได้มาด้วยความบังเอิญ</a> appeared first on <a href="https://www.cdcosmos.com">cdcosmos</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<p>แม้ชื่อเรียกของพวกเขาแอบลึกลับเข้าขั้น แต่คงเป็นการยากที่จะปฏิเสธ <strong>LEPYUTIN</strong> (เลอพิวติน) วงดนตรีเลือดใหม่ที่ผสานความระเริงและนุ่มนวลได้อย่างเหมาะเจาะ ตั้งแต่ลูกกรูฟ ริทึ่ม ความขึ้นลงที่ไม่แน่นอนของดนตรี กิมมิคหลาย ๆ อย่างในตัวเพลง หรือกระทั่งเคมีระหว่างหกสมาชิกเอง ยิ่งทำให้เราอยากทำความรู้จักกับพวกเขา</p>



<figure class="wp-block-image size-large is-resized"><img loading="lazy" decoding="async" src="https://www.cdcosmos.com/wp-content/uploads/2023/02/325141242_687487376090889_1176546712038971108_n-800x800.jpg" alt="" class="wp-image-89404" width="478" height="478" srcset="https://www.cdcosmos.com/wp-content/uploads/2023/02/325141242_687487376090889_1176546712038971108_n-800x800.jpg 800w, https://www.cdcosmos.com/wp-content/uploads/2023/02/325141242_687487376090889_1176546712038971108_n-400x400.jpg 400w, https://www.cdcosmos.com/wp-content/uploads/2023/02/325141242_687487376090889_1176546712038971108_n-280x280.jpg 280w, https://www.cdcosmos.com/wp-content/uploads/2023/02/325141242_687487376090889_1176546712038971108_n-768x768.jpg 768w, https://www.cdcosmos.com/wp-content/uploads/2023/02/325141242_687487376090889_1176546712038971108_n-300x300.jpg 300w, https://www.cdcosmos.com/wp-content/uploads/2023/02/325141242_687487376090889_1176546712038971108_n-600x600.jpg 600w, https://www.cdcosmos.com/wp-content/uploads/2023/02/325141242_687487376090889_1176546712038971108_n-100x100.jpg 100w, https://www.cdcosmos.com/wp-content/uploads/2023/02/325141242_687487376090889_1176546712038971108_n.jpg 960w" sizes="auto, (max-width: 478px) 100vw, 478px" /><figcaption class="wp-element-caption">วง Lepyutin</figcaption></figure>



<p>และการไม่จำกัดแนวเพลงด้วยความตั้งใจบวกกับเพอร์ฟอร์มที่น่าสนุกชวนเซอร์ไพร์สตลอดเวลา พวกเขาเลยขึ้นชื่อว่าเป็นอีกวงที่ควรดูสดจริง ๆ ผลตอบรับจากแฟนคลับคนไทยและต่างประเทศก็ดูไปในทิศทางเดียวกัน เพราะล่าสุดวงพึ่งไปเล่นคอนเสิร์ตที่ประเทศไต้หวันกับเวียดนามมาหมาด ๆ แน่นอนว่าความฝันสุดยิ่งใหญ่ของนักดนตรีหรือบรรดาคอเพลงก็หนีไม่พ้นการได้เยือนเฟสติวัลระดับโลกอย่าง Coachella, Glastonbury, Summer Sonic และอีกนับไม่ถ้วน </p>



<figure class="wp-block-image aligncenter size-large is-resized"><img loading="lazy" decoding="async" src="https://www.cdcosmos.com/wp-content/uploads/2023/02/332878049_947911686386595_7073259388315343386_n-800x800.jpg" alt="" class="wp-image-89405" width="485" height="485" srcset="https://www.cdcosmos.com/wp-content/uploads/2023/02/332878049_947911686386595_7073259388315343386_n-800x800.jpg 800w, https://www.cdcosmos.com/wp-content/uploads/2023/02/332878049_947911686386595_7073259388315343386_n-400x400.jpg 400w, https://www.cdcosmos.com/wp-content/uploads/2023/02/332878049_947911686386595_7073259388315343386_n-280x280.jpg 280w, https://www.cdcosmos.com/wp-content/uploads/2023/02/332878049_947911686386595_7073259388315343386_n-768x768.jpg 768w, https://www.cdcosmos.com/wp-content/uploads/2023/02/332878049_947911686386595_7073259388315343386_n-300x300.jpg 300w, https://www.cdcosmos.com/wp-content/uploads/2023/02/332878049_947911686386595_7073259388315343386_n-600x600.jpg 600w, https://www.cdcosmos.com/wp-content/uploads/2023/02/332878049_947911686386595_7073259388315343386_n-100x100.jpg 100w, https://www.cdcosmos.com/wp-content/uploads/2023/02/332878049_947911686386595_7073259388315343386_n.jpg 1440w" sizes="auto, (max-width: 485px) 100vw, 485px" /><figcaption class="wp-element-caption">ปก EP ‘Ain’t No Coincidence’</figcaption></figure>



<p>แต่กว่าจะคลอดเป็น EP ‘Ain’t No Coincidence’ ซิงเกิลบางส่วนเคยถูกปล่อยออกมาลองเชิงพร้อมมิวสิควิดีโอในช่วง 3-4 ปีก่อน ผ่านการเก็บเดโม่สมัยเรียนมหาวิทยาลัยต่อยอดเป็น Track by Track การบ่มเพาะสกิลที่ค่อย ๆ ละเมียดคล้ายการหมัก fine wine ที่ต้องใช้เวลา ทางวงยังบอกอีกว่าใช้การรีโปรดิวซ์ ปรับงานมิกซ์มาสเตอร์แทบทั้งหมด สิ่งที่เราสามารถคาดหวังเป็นอันดับแรกได้จากผลงานชุดนี้คือคุณภาพของซาวด์ดีไซน์ การรีอะเรนจ์องค์ประกอบซึ่งลงลึกด้านรายละเอียดเพื่อให้เราจับต้องได้ง่ายและชัดเจนขึ้น โดยไม่ทิ้งเสน่ห์และมนต์ขลังบางอย่างที่สร้างจากเบสไลน์ จังหวะกลองนำร่อง แซ็กโซโฟนชูโรง กีตาร์สามตัวที่ผลัดกันโซโล่ แทรกริฟฟ์เป็นระยะ และซินธิไซเซอร์เล็กน้อยพอหอมปากหอมคอ</p>



<p>อันดับสองคือไดนามิกเพลงและส่วนผสมหลากหลายชนิด เช่น ไซเคเดลิก โพรเกรสซิฟ ยิปซีแจ๊ซ บอสซ่าโนวา นีโอโซล เบสออนร็อคจัดที่ให้ความรู้สึกเข้ม เฟรช เหมือนจิบเครื่องดื่มแรง เมื่อถึงจุดแล้วเราจะค้นพบว่ารสชาติมันกลมกล่อม แปลกใหม่ ส่วนเนื้อหาจะมีความ ‘symbolic’ มากกว่าสื่อแบบตรงไปตรงมา ธีมในแต่ละเพลงก็จะแตกต่างกันไป</p>



<figure class="wp-block-embed is-type-video is-provider-youtube wp-block-embed-youtube wp-embed-aspect-16-9 wp-has-aspect-ratio"><div class="wp-block-embed__wrapper">
<iframe loading="lazy" title="LEPYUTIN -  Magic Colour (Official Video)" width="1020" height="574" src="https://www.youtube.com/embed/irPCliEQ3z4?feature=oembed" frameborder="0" allow="accelerometer; autoplay; clipboard-write; encrypted-media; gyroscope; picture-in-picture; web-share" allowfullscreen></iframe>
</div></figure>



<p>เริ่มที่เพลงแรก <em>Magic Colour</em> เปิดด้วยการบรรเลงจังหวะหย่อง ๆ ซุกซ่อนแบ็คกราวนด์นอยซ์ แบ่งไลน์เป็นสัดเป็นส่วน เสียงร้องอ๊าอาดำเนินผ่านริทึ่มของกลองและแพทเทิร์นเบสที่แซมลูกเล่นนิดนึงให้เอ๊ะอ๊ะ สลับท่อนกีตาร์ปลุกเร้าอารมณ์อย่างกระฉับกระเฉง เว้นสเปซให้แซ็กโซโฟนโซโล่เท่ ๆ และเฟดลงด้วยซินธิไซเซอร์</p>



<p>ผ่อนคลายกันต่อกับเพลง <em>Lies and Shine</em> บอสซ่าโนวาเพลิน ๆ พร่างซาวด์ระยิบระยับ แต่ก็มีท่อนเบรคดาวน์ผสมริฟฟ์กีตาร์ไม่ให้น่าเบื่อเกินไป กล่าวถึงคนโกหกจนได้ดี ถือว่าจิกกัดแบบคลาสสิกเลย เป็นหนึ่งในเพลงที่พวกเขาเคยทำแคมเปญร่วมกับคาเฟ่อเมซอน แถมไปโผล่ในช่องยูทูป i’m cyborg but that’s ok ไม่ธรรมดานะเนี่ย</p>



<p>ถัดมา <em>Rail Rose</em> บทเพลงที่มอบบรรยากาศความพิศวง ผ่านการเล่าเรื่องเชิงนามธรรมเกี่ยวข้องกับชะตาชีวิต เปรียบหญิงสาวผู้งดงามดั่งดอกกุหลาบแต่แฝงด้วยขวากหนามกั้น สุดท้ายเธอก็อาจโรยราตามกาลเวลา มู้ดแอนด์โทนของดนตรีออกซีนดราม่า ตัดซาวด์แซ็กโซโฟนแนวทิ่มแทงใจเล่น</p>



<figure class="wp-block-embed is-type-video is-provider-youtube wp-block-embed-youtube wp-embed-aspect-16-9 wp-has-aspect-ratio"><div class="wp-block-embed__wrapper">
<iframe loading="lazy" title="LEPYUTIN - Heart Away (Official Video)" width="1020" height="574" src="https://www.youtube.com/embed/FOm_ZDU447o?feature=oembed" frameborder="0" allow="accelerometer; autoplay; clipboard-write; encrypted-media; gyroscope; picture-in-picture; web-share" allowfullscreen></iframe>
</div></figure>



<p>หยุดพักแล้วมาฟุ้งฝันในเพลง <em>Heart Away </em>กับสำเนียงป๊อปฟังสบาย เมโลดิกอบอุ่น เบสหนึบหนับและไลน์กีตาร์ที่สอดรับเครื่องดนตรีชิ้นอื่นทำให้เราล่องลอยตกอยู่ในภวังค์ได้ง่ายมาก “Take it all, ‘Cause I’m ready to fall for you” อินเลิฟทิพย์สุด ๆ  โรแมนติกอะไรเบอร์นั้น</p>



<p>ปิดท้ายด้วย <em>Date</em> ส่วนตัวเรามองว่าทุกจังหวะ ทุกไดนามิกของเพลงเป็นความรู้สึกที่เราอยากรู้จักใครสักคนเป็นพิเศษ มันดูน่าค้นหาน่าสัมผัสไปหมด จนเกิดการถลำไกลถึงช่วงเวลาที่คลั่งไคล้เหมือนกับความ ‘intensive’ หรือช่วงไคล์แมกซ์ของเพลงนี้ เป็นแทร็กที่เราชอบอันดับต้น ๆ ในเชิงอรรถรส ทั้งเย้ายวน นุ่มละออ และเข้มข้น ตรงตามมาตรฐานสากล ยิ่งท่อนโซโล่แซ็กนี่กะเอาตายเลยใช่ไหม</p>



<p>เรียกได้ว่าครบสูตรเอาเรื่อง สำหรับ ‘Ain’t No Coincidence’ ผลงานจำนวน 5 เพลงแรกจากวง <strong>LEPYUTIN</strong> ก๊วนเพื่อนนักดนตรีที่เราหวังว่าพวกเขาจะได้โกอินเตอร์อีกในเร็ววันนี้</p>



<p>ตามไปฟัง ‘Ain’t No Coincidence’ ทุกสตรีมมิงแพลตฟอร์มได้แล้วที่</p>



<figure class="wp-block-embed is-type-rich is-provider-spotify wp-block-embed-spotify wp-embed-aspect-21-9 wp-has-aspect-ratio"><div class="wp-block-embed__wrapper">
<iframe title="Spotify Embed: Ain&amp;apos;t No Coincidence" style="border-radius: 12px" width="100%" height="352" frameborder="0" allowfullscreen allow="autoplay; clipboard-write; encrypted-media; fullscreen; picture-in-picture" loading="lazy" src="https://open.spotify.com/embed/album/4rRBWsFcIFka5kAkuzYiSZ?si=QgA6U6rtTs6t_nU8vAtpUQ&#038;utm_source=oembed"></iframe>
</div></figure>



<p><a href="https://www.cdcosmos.com/cosmos-review/sarayu-intelligent-jump-rope-music/"><em>Sarayu รวมศาสตร์แห่งเพลงอิเล็กทรอนิกเพื่อการเต้นรำ เอาไว้ใน LP ของเขา ‘Intelligent Jump Rope Music’</em></a></p>



<p><a href="https://www.cdcosmos.com/album-review/phum-viphurit-the-greng-jai-piece/"><em>Phum Viphurit หยิบความ ‘ไทย’ มาผสมกับความป๊อปได้ลงตัวในอัลบั้มล่าสุด ‘The Greng Jai Piece’</em></a></p>
<p>The post <a href="https://www.cdcosmos.com/cosmos-review/lepyutin-aint-no-coincidence/">ท่องมิติเสียงอันน่าหลงใหลไปกับ ‘Ain’t No Coincidence’ ผลงาน EP ชุดแรกจาก LEPYUTIN เพราะวัตถุดิบชั้นดีไม่ได้มาด้วยความบังเอิญ</a> appeared first on <a href="https://www.cdcosmos.com">cdcosmos</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>Sarayu รวมศาสตร์แห่งเพลงอิเล็กทรอนิกเพื่อการเต้นรำ เอาไว้ใน LP ของเขา &#8216;Intelligent Jump Rope Music’</title>
		<link>https://www.cdcosmos.com/cosmos-review/sarayu-intelligent-jump-rope-music/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[peerapong k]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 23 Feb 2023 21:33:25 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[COSMOS Review]]></category>
		<category><![CDATA[Intelligent Jump Rope Music]]></category>
		<category><![CDATA[More Rice]]></category>
		<category><![CDATA[Sarayu]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.cdcosmos.com/?p=89354</guid>

					<description><![CDATA[<p>Boiled Wonderland คือค่ายเพลงอิเล็กทรอนิกที่เน้นนำเสนอผลงานของโปรดิวเซอร์และดีเจฝีมือฉกาจ โดยที่ผ่านมาค่ายนี้ก็ได้ออก LP มาแล้วหลาย release ทั้ง Max Mason &#8211; ‘Romjet’, Chalo &#8211; ‘Lucid’, ไปจนถึงคอมพิเลชันรวมโปรดิวเซอร์ตัวตึงทั่วฟ้าเมืองไทย ‘Cognition’ เมื่อปี 2022 สำหรับปีนี้เขาเลยขอเปิดศักราชด้วย BOILD 03 &#8216;Intelligent Jump Rope Music’ ผลงานจาก Sarayu หรือ เจ—ศรายุ ศรียุกต์สิริ โดยที่ผ่านมาเขาเป็นทั้งดีเจที่ได้ร่วมเล่นในเฟสติวัลใหญ่ ๆ ในไทยหลายงานรวมไปถึงมีโชว์ในภูมิภาคและทั่วโลก นอกจากนี้เขายังเป็นผู้ร่วมก่อตั้งกลุ่ม More Rice และร้านแผ่นเสียง More Rice Records อีกด้วย &#8216;Intelligent Jump Rope Music’ มีความยาว 4 แทร็ก โดยเป็นผลงานออริจินัลของ Sarayu เอง 3 เพลง และในแทร็กชื่อเดียวกับ</p>
<p>The post <a href="https://www.cdcosmos.com/cosmos-review/sarayu-intelligent-jump-rope-music/">Sarayu รวมศาสตร์แห่งเพลงอิเล็กทรอนิกเพื่อการเต้นรำ เอาไว้ใน LP ของเขา &#8216;Intelligent Jump Rope Music’</a> appeared first on <a href="https://www.cdcosmos.com">cdcosmos</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<p>Boiled Wonderland คือค่ายเพลงอิเล็กทรอนิกที่เน้นนำเสนอผลงานของโปรดิวเซอร์และดีเจฝีมือฉกาจ โดยที่ผ่านมาค่ายนี้ก็ได้ออก LP มาแล้วหลาย release ทั้ง <strong>Max Mason</strong> &#8211; <em>‘Romjet’</em>, <strong>Chalo</strong> &#8211; <em>‘Lucid’</em>, ไปจนถึงคอมพิเลชันรวมโปรดิวเซอร์ตัวตึงทั่วฟ้าเมืองไทย <em>‘Cognition’</em> เมื่อปี 2022 สำหรับปีนี้เขาเลยขอเปิดศักราชด้วย BOILD 03 <em>&#8216;Intelligent Jump Rope Music’</em> ผลงานจาก <strong>Sarayu</strong> หรือ <strong>เจ—ศรายุ ศรียุกต์สิริ</strong> โดยที่ผ่านมาเขาเป็นทั้งดีเจที่ได้ร่วมเล่นในเฟสติวัลใหญ่ ๆ ในไทยหลายงานรวมไปถึงมีโชว์ในภูมิภาคและทั่วโลก นอกจากนี้เขายังเป็นผู้ร่วมก่อตั้งกลุ่ม More Rice และร้านแผ่นเสียง More Rice Records อีกด้วย</p>



<p><em>&#8216;Intelligent Jump Rope Music’</em> มีความยาว 4 แทร็ก โดยเป็นผลงานออริจินัลของ <strong>Sarayu</strong> เอง 3 เพลง และในแทร็กชื่อเดียวกับ EP นี้ก็ได้ <strong>Locked Groove</strong> ดีเจจากเบลเยียมมารีมิกซ์ให้จนได้สีสันที่แตกต่างไป&nbsp;เราจะพาทุกคนไปลองฟังพร้อม ๆ กัน</p>



<figure class="wp-block-embed is-type-rich is-provider-spotify wp-block-embed-spotify wp-embed-aspect-21-9 wp-has-aspect-ratio"><div class="wp-block-embed__wrapper">
<iframe title="Spotify Embed: Intelligent Jump Rope Music" style="border-radius: 12px" width="100%" height="352" frameborder="0" allowfullscreen allow="autoplay; clipboard-write; encrypted-media; fullscreen; picture-in-picture" loading="lazy" src="https://open.spotify.com/embed/album/7rKu6eXR1JYImbp0M9ZSzh?si=DHHZDV-WSjiGdDW-b5yAfQ&#038;utm_source=oembed"></iframe>
</div></figure>



<p><em><strong>The Bag</strong></em></p>



<p>แทร็กแรกเปิดมาอย่างหนักหน่วงในเทคโนสุดดาร์กที่จะทำให้สติของเรากระเจิง เบสหนักและบีตเบรกกับองค์ประกอบมินิมัลหยอกล้อไปกับสัมปชัญญะของเรา ไดนามิกที่ค่อย ๆ ขยับความเดือดขึ้นเรื่อย ๆ ทำให้ไม่แน่ใจว่าจะหลุดไปจากห้วงความสนุก BPM 140 นี้ได้เมื่อไหร่</p>



<p><em><strong>E30 Track</strong></em></p>



<p>เบสทึบอุดอู้กับคิกสว่าง ๆ ที่ดูจะไม่เข้ากันนี้กลับชวนให้เราออกสเต็ปได้โดยไม่รู้ตัว ซินธ์อุ่น ๆ คอยอุ้มทำนองอยู่เบื้องหลังกับกลองที่เขียนออกมาอย่างพิถีพิถัน &nbsp;เสียงซินธ์ท้ายเพลงให้ความรู้สึกขี้เล่น และยังคงยั่วล้อไปกับบรรยากาศอึมครึมของเอเลเมนต์อื่น ๆ ในเพลงความยาว 6 นาทีกว่า ๆ นี้</p>



<p><em><strong>Intelligent Jump Rope Music</strong></em></p>



<p>โฟกัสแทร็กของ EP ที่ดรอปความเร็วลงมาที่ 120 บีตหนักที่เป็นเหมือนตัวเดินเรื่องหลักในเพลงนี้ชูโรงมาตั้งแต่ต้นเพลง กับแอซิดซินธ์ชวนหน่วงที่คลอไปเรื่อย ๆ ในดนตรีเบรกเท่ ๆ เพลงนี้ อารมณ์เหมือนพาเราไปสำรวจโลกลึกลับ ที่คอยเพิ่มรายละเอียดของซินธ์ไลน์ต่าง ๆ เข้ามาทีละนิด บางซาวด์ชวนให้รู้สึกถึงเครื่องเป่าไม้ไผ่พวกที่ใช้ใน world music อยู่หน่อย ๆ</p>



<p><em><strong>Intelligent Jump Rope Music (Locked Groove Remix)</strong></em></p>



<p><strong>Locked Groove</strong> ดึงสีสันออกมาจากเพลงหลักด้วยการเพิ่มความเร็วขึ้นมา ซินธ์ซาวด์สดชื่นกับเมโลดี้แอมเบียนต์ไพเราะให้ความรู้สึกเพลิดเพลิน ลูกเล่นพร่างพราวกับบีตสนุกเพิ่มความสดใสและเป็นบวก เหมาะเหลือเกินที่จะให้เป็นเพลงปิดของผลงานชุดนี้</p>



<p><strong>Sarayu</strong> &#8211; ‘<em>Intelligent Jump Rope Music’</em> มีวางจำหน่ายทั้งแบบดิจิทัล และแผ่นเสียง สามารถซื้อได้ที่ <a href="https://boiledwonderland.bandcamp.com/album/intelligent-jump-rope-music-w-locked-groove-remix"></a><a href="https://boiledwonderland.bandcamp.com/album/intelligent-jump-rope-music-w-locked-groove-remix">https://boiledwonderland.bandcamp.com/album/intelligent-jump-rope-music-w-locked-groove-remix</a> หรือ More Rice Records ซอยสวัสดี</p>



<p><a href="https://www.cdcosmos.com/cosmos-review/caroline-polachek-desire-i-want-to-turn-into-you/"><em>Caroline Polachek กลับมาพร้อมบีตที่ครบรสทั้งป๊อป อิเล็กทรอนิก และ r&amp;b ในอัลบั้มใหม่’Desire, I Want To Turn Into You’</em></a></p>



<p><a href="https://www.cdcosmos.com/album-review/youngohm-thatthong-sound/"><em>YOUNGOHM ก้าวกระโดดไปอีกขั้นใน ‘ธาตุทองซาวด์’ 19 เพลงเข้มข้นด้วยเรื่องราวชีวิตและมิตรภาพ</em></a></p>
<p>The post <a href="https://www.cdcosmos.com/cosmos-review/sarayu-intelligent-jump-rope-music/">Sarayu รวมศาสตร์แห่งเพลงอิเล็กทรอนิกเพื่อการเต้นรำ เอาไว้ใน LP ของเขา &#8216;Intelligent Jump Rope Music’</a> appeared first on <a href="https://www.cdcosmos.com">cdcosmos</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>Caroline Polachek กลับมาพร้อมบีตที่ครบรสทั้งป๊อป อิเล็กทรอนิก และ r&#038;b ในอัลบั้มใหม่&#8217;Desire, I Want To Turn Into You&#8217;</title>
		<link>https://www.cdcosmos.com/cosmos-review/caroline-polachek-desire-i-want-to-turn-into-you/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[peerapong k]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 21 Feb 2023 21:53:24 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[COSMOS Review]]></category>
		<category><![CDATA[Caroline Polachek]]></category>
		<category><![CDATA[Desire I Want To Turn Into You]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.cdcosmos.com/?p=89299</guid>

					<description><![CDATA[<p>ตั้งแต่ที่ ‘Bunny Is A Rider’ ซิงเกิ้ลโปรโมตแรกถูกปล่อยก็ทำให้เราตั้งตารออัลบั้มเต็มของ Caroline Polachek อย่างใจจดจ่อ เพราะใครจะไปคิดว่าเธอจะทำเพลงที่ได้อิทธิพลจากเร็กเกตอนออกมาแบบในเพลงนี้ และเมื่อทั้ง ‘Billions’ ‘Sunset’ ‘Welcome to My Island’ และ ‘Blood and Butter’ ออกมายิ่งทำให้เราจับทางงานชุดใหม่ไม่ถูก เพราะสไตล์แต่ละเพลงแทบจะต่างกันทั้งสิ้น จนเมื่อวันวาเลนไทน์ที่ผ่านมา แม่ก็ปล่อย ‘Desire, I Want To Turn Into You’ ออกมาให้ฟังครบถ้วนจุใจ 12 เพลงปลุกไฟในตัวคุณ ด้วยสีสันรสชาติใหม่ที่ค่อนข้างฉีกไปจาก ‘Pang’ งานชุดแรกที่ปล่อยภายใต้ชื่อจริงของเธอเมื่อปี 2019 ด้วยการผสมผสานป๊อป อิเล็กทรอนิก และ r&#38;b เข้าด้วยกัน และเพิ่มจังหวะสนุก ๆ ของบีตสไตล์อังกฤษเข้าไปจนกลายเป็นอีกผลงานที่ถูกใจเรามาก ๆ ฟังแล้วอยากลุกขึ้นมาเต้นตั้งแต่แทร็กแรกกันเลยทีเดียว หลายปีก่อนเราอาจจะรู้จักเธอในฐานะสมาชิกวง Charlift แต่ภายหลังแคโรไลน์ก็ออกผลงานเดี่ยวจนกลายเป็นตัวแม่อีกคนที่ผลงานน่าจับตาสุด ๆ (ก่อนหน้านี้มีชุด ‘Arcadia’</p>
<p>The post <a href="https://www.cdcosmos.com/cosmos-review/caroline-polachek-desire-i-want-to-turn-into-you/">Caroline Polachek กลับมาพร้อมบีตที่ครบรสทั้งป๊อป อิเล็กทรอนิก และ r&amp;b ในอัลบั้มใหม่&#8217;Desire, I Want To Turn Into You&#8217;</a> appeared first on <a href="https://www.cdcosmos.com">cdcosmos</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<p>ตั้งแต่ที่ <em>‘Bunny Is A Rider’</em> ซิงเกิ้ลโปรโมตแรกถูกปล่อยก็ทำให้เราตั้งตารออัลบั้มเต็มของ <strong>Caroline Polachek</strong> อย่างใจจดจ่อ เพราะใครจะไปคิดว่าเธอจะทำเพลงที่ได้อิทธิพลจากเร็กเกตอนออกมาแบบในเพลงนี้ และเมื่อทั้ง <em>‘Billions’ ‘Sunset’ ‘Welcome to My Island’</em> และ <em>‘Blood and Butter’</em> ออกมายิ่งทำให้เราจับทางงานชุดใหม่ไม่ถูก เพราะสไตล์แต่ละเพลงแทบจะต่างกันทั้งสิ้น</p>



<p>จนเมื่อวันวาเลนไทน์ที่ผ่านมา แม่ก็ปล่อย <em>‘Desire, I Want To Turn Into You’</em> ออกมาให้ฟังครบถ้วนจุใจ 12 เพลงปลุกไฟในตัวคุณ ด้วยสีสันรสชาติใหม่ที่ค่อนข้างฉีกไปจาก <em>‘Pang’</em> งานชุดแรกที่ปล่อยภายใต้ชื่อจริงของเธอเมื่อปี 2019 ด้วยการผสมผสานป๊อป อิเล็กทรอนิก และ r&amp;b เข้าด้วยกัน และเพิ่มจังหวะสนุก ๆ ของบีตสไตล์อังกฤษเข้าไปจนกลายเป็นอีกผลงานที่ถูกใจเรามาก ๆ ฟังแล้วอยากลุกขึ้นมาเต้นตั้งแต่แทร็กแรกกันเลยทีเดียว</p>



<p>หลายปีก่อนเราอาจจะรู้จักเธอในฐานะสมาชิกวง <strong>Charlift</strong> แต่ภายหลังแคโรไลน์ก็ออกผลงานเดี่ยวจนกลายเป็นตัวแม่อีกคนที่ผลงานน่าจับตาสุด ๆ (ก่อนหน้านี้มีชุด <em>‘Arcadia’</em> (2014) โดยใช้ชื่อว่า <strong>Ramona Lisa</strong> และ <em>‘Drawing the Target Around the Arrow’</em> (2017) ในชื่อ <strong>CEP</strong>) เทียบกับงานชุดก่อน <em>‘Pang’</em> ที่จะมีความเป็นเพลงจังหวะกลาง laid back ดูลึกลับ น่าค้นหา สง่างาม ชุดนี้เธอนำเสนอเพลงที่ขยับตัวได้มากขึ้น และถ่ายทอดดนตรีแดนซ์หลากหลายรูปแบบในสไตล์ของตัวเองออกมาได้น่าสนใจ ทั้งยังชวนตัวแม่คนอื่น ๆ ในวงการทั้ง <strong>Dido</strong> หรือ <strong>Grimes</strong> มาร่วมแจมในอัลบั้มด้วย เราจะมาไล่เรียงทีละเพลงไปพร้อม ๆ กัน โดยกดฟังได้ที่ลิงก์นี้เลย</p>



<figure class="wp-block-embed is-type-rich is-provider-spotify wp-block-embed-spotify wp-embed-aspect-21-9 wp-has-aspect-ratio"><div class="wp-block-embed__wrapper">
<iframe title="Spotify Embed: Desire, I Want To Turn Into You" style="border-radius: 12px" width="100%" height="352" frameborder="0" allowfullscreen allow="autoplay; clipboard-write; encrypted-media; fullscreen; picture-in-picture" loading="lazy" src="https://open.spotify.com/embed/album/22PkV1Le9P3X4RY4xtmK0q?si=7rmJPUJjRzecVOr79am_vA&#038;utm_source=oembed"></iframe>
</div></figure>



<p><em><strong>Welcome To My Island</strong></em></p>



<p>ขึ้นชื่อว่า <strong>Caroline Polachek</strong> โดดเด่นในเรื่องการปลดปล่อยอารมณ์ผ่านเสียงทรงพลังของเธออยู่แล้ว แทร็กแรกของอัลบั้มเธอก็แผดเสียงต้อนรับเราเข้าสู่อาณาจักรของเธอในอิเล็กทรอนิกแดนซ์เมโลดี้สดใส ที่ท่อนร้อง “Desire, I Want To Turn Into You” ถูกหยิบเอามาใช้เป็นชื่ออัลบั้ม ลูปซินธิไซเซอร์ในเพลงนี้น่ารักและติดหูเป็นเหมือนพื้นหลังคลอไปกับท่อน spoken words สลับกับการกรีดร้อง ส่วนกีตาร์เอฟเฟกต์ย้อนยุคที่แทรกเข้ามาก็เสริมความเท่ได้อย่างดี และไลน์ประสานก้องกังวานที่สะกดเราให้ไม่ยอมออกไปจากดินแดนแห่งนี้</p>



<p><em><strong>Pretty In Possible</strong></em></p>



<p>ท่อนร้องฮัม da da dud da เกริ่นนำเพลงก่อนดึงเข้าบีตทุ้มและเบสลุ่มลึก ชวนนึกถึงเพลงป๊อปช่วงปลาย 90s ต้น 2000s ที่มักมีเพลง downtempo ออกมา เสียงร้องเอื้อนของเธอทำให้เพลงนี้มีเสน่ห์ชวนหลงใหลและทำให้ต้องกดรีเพลย์อีกหลาย ๆ รอบ</p>



<p><em><strong>Bunny Is A Rider</strong></em></p>



<p>เพลงกลิ่นอายทรอปิคัลที่ไม่แน่ใจว่าแคโรไลน์ใส่ออโต้ทูนเข้าไปนิด ๆ หรือเธอตั้งใจร้องเลียนเสียงออโต้จูนกันแน่ แต่แน่นอนว่ามันเป็นคาแร็กเตอร์ของเพลงสไตล์นี้ที่เราน่าจะเคยได้ยินผ่านหูกันมาบ้าง วิธีร้องแบบตัดหางคำยิ่งทำให้รู้สึกเท่ขึ้นไปอีก (แต่ช่วงหลังของเพลงเห็นชัดว่าตั้งใจใส่ออโต้ทูนหนัก ๆ เข้าไปเพื่อสร้างมิติ) บรรยากาศคาริบเบียนในเพลงนี้เข้ากับอากาศร้อนในบ้านเราช่วงนี้พอดิบพอดี</p>



<p><em><strong>Sunset</strong></em></p>



<p>ใครที่เคยดูซีรีส์ ‘The White Lotus’ พอมาฟังเพลงนี้อาจจะได้ความรู้สึกคล้ายฟังธีมซองของเรื่องนั้นอยู่ แต่อันที่จริงก็ไม่ได้มีอะไรเกี่ยวข้องกันหรอก นอกจากดนตรีที่ได้ฟีลละตินจากกีตาร์แพตเทิร์นเพลิน ๆ และเสียงร้องโหยหวนสูงแตะเพอร์เฟกต์พิตช์ของเธอนั่นแหละที่ทำให้นึกถึง ถือเป็นแทร็กที่ฟังต่อเนื่องกับเพลงก่อนหน้าแล้วเข้ากันได้ดีมาก</p>



<p><em><strong>Crude Drawing Of An Angel</strong></em></p>



<p>สไตล์ลึกลับชวนน่าหลงใหลเป็นเหมือนลายเซ็นในเพลงของแคโรไลน์ อย่างเพลงนี้ก็ทิ้งร่องรอยของงานชุด <em>‘Pang’</em> เอาไว้อยู่ไม่น้อย ซึ่งเราจะได้ยินเสียงนกร้องขับขานอยู่เป็นแบ็กกราวด์ของเพลง เหมือนเป็นการออกสำรวจไปในป่าเขตร้อนบนเกาะส่วนตัวของเธอ</p>



<p><em><strong>I Believe</strong></em></p>



<p>กระฉับกระเฉงขึ้นมาหน่อยด้วยแทร็ก UK Garage/ bass สนุก ๆ ท่วงทำนองแบบเพลงอันเดอร์กราวด์อังกฤษช่วงปี 90s ซาวด์อิเล็กทรอนิกของซินธ์ที่หวดลงมาเรื่อย ๆ หรือการแทรกเข้ามาด้วยเสียงคีย์บอร์ดแบบที่ฟังดูก็รู้ทันทีว่าไม่ใช่เพลงยุคนี้ เป็นสีสันที่โดดเด่นในแทร็ก 2-step เก๋ ๆ เพลงนี้</p>



<p><em><strong>Fly To You feat. Grimes and Dido</strong></em></p>



<p>ยังอยู่กันที่เพลงอิเล็กทรอนิกสายอังกฤษ เมื่อเพลงนี้เธอเลือกจะทำเป็น drum n bass กับจังหวะที่เร็วขึ้น แต่ก็ยังสวย ๆ ไม่ได้เป็นสายฮาร์ดคอร์ขนาดนั้น เพราะองค์ประกอบแต่ละสิ่งที่เธอเลือกหลอมรวมจนออกมาเป็นเพลงนี้ดูมีความหวานซ่อนอยู่ ยิ่งไปกว่านั้นคือได้เสียงนุ่มอบอุ่นของ <strong>Dido</strong> เจ้าของเพลงดัง <em>‘White Flag’</em> จากต้น 2000s มาเสริมความขลังเข้ายุคของเพลง บวกกับเนื้อเสียงเล็ก ๆ แสบซ่าของ <strong>Grimes</strong> แซมสีสันตัดกับเสียงแสนสวยงามของแคโรไลน์ เป็นหนึ่งในแทร็กที่เราชอบที่สุดของอัลบั้ม</p>



<p><em><strong>Blood and Butter</strong></em></p>



<p>เนี่ยพอเพลงที่แล้วมี <strong>Dido</strong> มาร้องด้วย เพลงนี้ที่เรียงต่อกันก็มีความชวนให้นึกถึง ‘Thank You’ งานเก่าปลาย 90s ของเธอเพราะเสียงเพอร์คัสชันในเพลงนั่นแหละ ความสวยงามในเพลงฟังสบายเพลงนี้ก็คือเสียงกีตาร์โปร่งและเบสดรัมลุ่มลึก รวมไปถึงซินธิไซเซอร์ลูปเคว้งคว้าง วิบวับ และเสียงประสานนุ่ม ๆ ให้ความรู้สึกผ่อนคลายล่องลอย และอีกส่วนที่ไม่พูดถึงไม่ได้เลยคือเสียงปี่สก็อตในเพลงนี้ที่ไม่คาดคิดว่าจะมาโผล่ในเพลงรูปแบบนี้ได้ เป็นความเท่ที่นึกไม่ถึงจริง ๆ</p>



<p><em><strong>Hopedrunk Everasking</strong></em></p>



<p>เดินทางกันมาใกล้ถึงช่วงท้ายของอัลบั้มแล้ว แคโรไลน์ก็พาเราจมดิ่งไปในภวังค์แสนเศร้าในเพลงช้า ๆ ที่หยิบยกท่อนหนึ่งมาจากวรรณกรรมเช็กสเปียร์เรื่อง ‘Macbeth’ กับการตั้งคำถามถึงความไม่แน่นอน เสียงประสานยังคงเป็นอะไรที่โดดเด่นในเพลงของเธอ ขับกล่อมให้เราต้องเซื่องซึมและติดอยู่ในห้วงคิดอยู่สักพักเลยทีเดียว</p>



<p><em><strong>Butterfly Net</strong></em></p>



<p>เสียงโดรนเคว้ง ๆ ต้นเพลงให้ความรู้สึกเซอร์เรียล ก่อนเสียงกีตาร์จะค่อย ๆ คืบคลาน การแทรกเสียงเบส กลอง เข้ามาทีละนิด ทำให้เพลงที่ดูน้อยในตอนต้นเริ่มมีสีสัน เสียงคีย์บอร์ดไซเคเดลิก และการเปลี่ยนไดนามิกของเพลงไปเรื่อย ๆ กลับทำให้เพลงนี้เข้มข้นไปด้วยรายละเอียด อีกนัยหนึ่งก็เป็นแทร็กอัลเทอร์เนทิฟติดกลิ่นกรันจ์นิด ๆ ที่น่าสนใจ ก่อนที่ทุกอย่างจะกลับสู่ความเงียบและปล่อยให้เพอร์คัสชันกระทบกันไปเรื่อย ๆ จนจบเพลง</p>



<p><em><strong>Smoke</strong></em></p>



<p>ได้เวลาฉุดตัวเองขึ้นมาจากความเหงาเศร้าซึม แทร็กสนุกสดใสชวนแดนซ์อย่าง <em>‘Smoke’</em> นี่เป็นเหมือนภาคต่อของ <em>‘Welcome To My Island’</em> แต่เป็นเวอร์ชันดนตรีเบรกบีตเท่ ๆ อยากใช้คำจำกัดความว่า ‘soothing’ สำหรับเพลงนี้ เพราะความรู้สึกตอนฟังมันเหมือนช่วยบรรเทาปลดเปลื้องความทุกข์กังวลออกไป เธอเก่งมากกับการใช้ลูกเล่นในวิธีการร้อง การแบ่งท่อนร้อง พอถูกผนวกรวมเข้ากับพาร์ตดนตรีแล้วมันช่างกลมกล่อม เป็นอีกเพลงในอัลบั้มนี้ที่เราชอบมาก ๆ อีกเหมือนกัน</p>



<p><em><strong>Billions</strong></em></p>



<p>ปิดท้ายกันด้วยเพลงสุดเพราะเพลงนี้ที่ได้อิทธิพลทริปฮอปอยู่ระดับนึงเลยทีเดียว ความดีงามคือเมโลดี้ร้องเหมือนการกล่อมด้วยเรื่องราวปรัมปรา แม้จะมีเสียงเบสและลีตที่หนัก แต่เสียงเปียโนสุดไพเราะที่คลอไปกับเสียงของเธอก็เหมือนโอบอุ้มให้เรารู้สึกปลอดภัยตลอดทั้งเพลง ส่วนเสียงประสานตอนท้ายนั้นก็เป็นตัวเสริมบทสรุปของอัลบั้มได้อิ่มใจสุด ๆ</p>



<p>เป็นงานคราฟต์ที่ไม่ธรรมดาและฟังเพลินสุด ๆ สำหรับ <em>‘Desire, I Want To Turn Into You’</em> อัลบั้มล่าสุดจาก <strong>Caroline Polachek</strong> เราอยากยกให้เป็นอาร์ตป๊อปสุดวิจิตรที่เราไม่อยากให้พลาดด้วยประการทั้งปวง</p>



<p><a href="https://www.cdcosmos.com/album-review/9m88-radio/"><em>ขณะนี้คุณกำลังฟัง ‘9m88 Radio’ อัลบั้มล่าสุดจากศิลปินป๊อป r&amp;b มากเสน่ห์จากประเทศไต้หวัน</em></a></p>



<p><a href="https://www.cdcosmos.com/album-review/phum-viphurit-the-greng-jai-piece/"><em>Phum Viphurit หยิบความ ‘ไทย’ มาผสมกับความป๊อปได้ลงตัวในอัลบั้มล่าสุด ‘The Greng Jai Piece’</em></a></p>
<p>The post <a href="https://www.cdcosmos.com/cosmos-review/caroline-polachek-desire-i-want-to-turn-into-you/">Caroline Polachek กลับมาพร้อมบีตที่ครบรสทั้งป๊อป อิเล็กทรอนิก และ r&amp;b ในอัลบั้มใหม่&#8217;Desire, I Want To Turn Into You&#8217;</a> appeared first on <a href="https://www.cdcosmos.com">cdcosmos</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>‘Moonage Daydream’ (2022) ท่องไปในความคิดของ David Bowie ผ่านสารคดีสุดพรึงเพริด</title>
		<link>https://www.cdcosmos.com/cosmos-review/moonage-daydream-david-bowie/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[peerapong k]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 03 Feb 2023 05:45:55 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[COSMOS Review]]></category>
		<category><![CDATA[David Bowie]]></category>
		<category><![CDATA[Moonage Daydream]]></category>
		<category><![CDATA[Movie]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.cdcosmos.com/?p=89093</guid>

					<description><![CDATA[<p>Brett Morgen ผู้กำกับสารคดี ‘Kurt Cobain: Montage of Heck’ กลับมากับการทำสารคดีฉีกแนวแบบที่ไม่ได้เล่าผ่านมุมมองคนที่เคยร่วมงานหรือมีประสบการณ์ร่วมกับตัว subject มานั่งเล่า ตัดสลับฟุตเทจตอนที่เขามีชีวิตอยู่ แต่เป็นการมอนทาจคลิปสัมภาษณ์ รวมถึงบันทึกการแสดงสดของ David Bowie มาเรียบเรียงตีความใหม่ราวกับว่าเป็นเรื่องเล่าที่มาจากตัวเขาเองใน ‘Moonage Daydream’ หนังเปิดมาด้วยการตั้งคำถามว่า ‘โบวี่ คืออะไรวะ?’ ไม่ได้ใช้คำว่า ‘ใคร’ แต่เป็น ‘อะไร’ เพราะเขาช่าง ประหลาด แปลกใหม่ สุดโต่ง และมหัศจรรย์เกินเบอร์มนุษย์ปุถุชนทั่วไป และผิดแผกไปจากศิลปินคนไหน ๆ ในยุคนั้นจนหลายคนพยายามจะทำความเข้าใจ (แน่นอน นั่นทำให้เขาค่อนข้างมีแฟนเฉพาะกลุ่ม) แม้จะไม่ได้ลำดับการเล่าเรื่องตามไทม์ไลน์ หรือไม่ได้อธิบายโดยละเอียดถึงที่มาที่ไปและทิ้งไว้แค่เบาะแสให้เราปะติดปะต่อเอาเอง แต่สิ่งนึงที่หนังทำให้เราเข้าใจโลกของโบวี่ได้ง่ายขึ้น คือการเล่าผ่านร่างอวตารต่าง ๆ ของเขาตั้งแต่เริ่มเข้าวงการจนถึงช่วงท้าย ๆ ของอาชีพ ชื่อเรียกร่างต่าง ๆ อย่าง Ziggy Stardust, Aladdin Sane, Halloween Jack, The Thin</p>
<p>The post <a href="https://www.cdcosmos.com/cosmos-review/moonage-daydream-david-bowie/">‘Moonage Daydream’ (2022) ท่องไปในความคิดของ David Bowie ผ่านสารคดีสุดพรึงเพริด</a> appeared first on <a href="https://www.cdcosmos.com">cdcosmos</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<p>Brett Morgen ผู้กำกับสารคดี ‘Kurt Cobain: Montage of Heck’ กลับมากับการทำสารคดีฉีกแนวแบบที่ไม่ได้เล่าผ่านมุมมองคนที่เคยร่วมงานหรือมีประสบการณ์ร่วมกับตัว subject มานั่งเล่า ตัดสลับฟุตเทจตอนที่เขามีชีวิตอยู่ แต่เป็นการมอนทาจคลิปสัมภาษณ์ รวมถึงบันทึกการแสดงสดของ <strong>David Bowie</strong> มาเรียบเรียงตีความใหม่ราวกับว่าเป็นเรื่องเล่าที่มาจากตัวเขาเองใน <em>‘Moonage Daydream’</em></p>



<figure class="wp-block-image size-full"><img loading="lazy" decoding="async" width="1280" height="720" src="https://www.cdcosmos.com/wp-content/uploads/2023/02/maxresdefault.jpg" alt="" class="wp-image-89094" srcset="https://www.cdcosmos.com/wp-content/uploads/2023/02/maxresdefault.jpg 1280w, https://www.cdcosmos.com/wp-content/uploads/2023/02/maxresdefault-711x400.jpg 711w, https://www.cdcosmos.com/wp-content/uploads/2023/02/maxresdefault-768x432.jpg 768w, https://www.cdcosmos.com/wp-content/uploads/2023/02/maxresdefault-600x338.jpg 600w" sizes="auto, (max-width: 1280px) 100vw, 1280px" /></figure>



<p>หนังเปิดมาด้วยการตั้งคำถามว่า ‘โบวี่ คืออะไรวะ?’ ไม่ได้ใช้คำว่า ‘ใคร’ แต่เป็น ‘อะไร’ เพราะเขาช่าง ประหลาด แปลกใหม่ สุดโต่ง และมหัศจรรย์เกินเบอร์มนุษย์ปุถุชนทั่วไป และผิดแผกไปจากศิลปินคนไหน ๆ ในยุคนั้นจนหลายคนพยายามจะทำความเข้าใจ (แน่นอน นั่นทำให้เขาค่อนข้างมีแฟนเฉพาะกลุ่ม) </p>



<p>แม้จะไม่ได้ลำดับการเล่าเรื่องตามไทม์ไลน์ หรือไม่ได้อธิบายโดยละเอียดถึงที่มาที่ไปและทิ้งไว้แค่เบาะแสให้เราปะติดปะต่อเอาเอง แต่สิ่งนึงที่หนังทำให้เราเข้าใจโลกของโบวี่ได้ง่ายขึ้น คือการเล่าผ่านร่างอวตารต่าง ๆ ของเขาตั้งแต่เริ่มเข้าวงการจนถึงช่วงท้าย ๆ ของอาชีพ ชื่อเรียกร่างต่าง ๆ อย่าง Ziggy Stardust, Aladdin Sane, Halloween Jack, The Thin White Duke หรือ The Blind Prophet ก็ไม่ได้ถูกเอ่ยออกมาเลย แต่บทเพลงทั้งฮิตและหน้า B กลายเป็นเหมือนเพลงประจำตัวของ alter ego นั้น ๆ (ประหนึ่งเพลงเปิดตัวนักมวยปล้ำ) ก็พอจะทำให้เราจับต้นชนปลายซึ่งการเปลี่ยนผ่านของยุคสมัยได้</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1400" height="757" src="https://www.cdcosmos.com/wp-content/uploads/2023/02/bowie7-1400x757.jpg" alt="" class="wp-image-89095" srcset="https://www.cdcosmos.com/wp-content/uploads/2023/02/bowie7-1400x757.jpg 1400w, https://www.cdcosmos.com/wp-content/uploads/2023/02/bowie7-740x400.jpg 740w, https://www.cdcosmos.com/wp-content/uploads/2023/02/bowie7-768x415.jpg 768w, https://www.cdcosmos.com/wp-content/uploads/2023/02/bowie7-1536x830.jpg 1536w, https://www.cdcosmos.com/wp-content/uploads/2023/02/bowie7-2048x1107.jpg 2048w, https://www.cdcosmos.com/wp-content/uploads/2023/02/bowie7-600x324.jpg 600w" sizes="auto, (max-width: 1400px) 100vw, 1400px" /></figure>



<p>แม้จะไม่ได้ตอบคำถามว่าสุดท้ายแล้วโบวี่คืออะไร หรือเจาะลงไปยังชีวิตส่วนตัวของเขาเพราะวัตถุดิบที่ใช้เล่าล้วนแต่เป็น archive ที่สามารถสืบค้นได้หรือพบเห็นทั่วไปอยู่แล้วในกลุ่มแฟนพันธุ์แท้ แต่ <em>‘Moonage Daydream’</em> ก็เป็นการเล่นแร่แปรธาตุสิ่งที่มีอยู่เหล่านั้นออกมาได้อย่างเพลิดเพลิน ทั้งสี จังหวะการ transition หรือเพลง ถูกใช้เพื่อตอบคำถามอื่น ๆ เช่น ทำไมเขาคิดจะแปลงร่างตลอดเวลา ทำไมเรายังรู้สึกว่าเขาเป็นอมตะทั้งที่กลับดาวตัวเองไปหลายปีแล้ว: เพราะโบวี่ก็คือโบวี่—การถ่ายทอดตัวตนออกมาผ่านสื่อที่หลากหลาย ทั้งเพลง การเคลื่อนไหวร่างกาย หรืองานศิลปะ ตอกย้ำความเชื่อในการสะท้อนแนวคิดโดยไม่จำเป็นจะต้องยึดติดอยู่กับรูปแบบใดรูปแบบหนึ่ง </p>



<p>เราได้รับรู้วิวัฒนาการของคนคนนึงตลอดระยะเวลาหลายสิบปีผ่านเนื้อเพลงที่เขียนออกมาอย่างแยบคาย และแตกต่างไปตามสิ่งที่เขาตกตะกอนได้เมื่อพาตัวเองไปเผชิญกับเรื่องราวใหม่ ๆ ในที่ที่ไม่เคยไป ภาพเหตุการณ์จริงถูกตัดสลับกับกราฟิกระเริงตา แทรกด้วย voice-over ทุ้มอุ่นของเขาที่บอกเล่าความเชื่อและปรัชญาที่ใช้ในการดำเนินชีวิต บวกกับการเป็นเหมือน concert film มิวสิกวิดิโอ ผสมกับ bio pic ก็ทำให้เราได้ดูภาพและฟังเพลงไปเรื่อย ๆ เหมือนเป็นการนั่งฌาณท่องไปในหัวของ <strong>David Bowie</strong></p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1400" height="694" src="https://www.cdcosmos.com/wp-content/uploads/2023/02/moonage-daydream-2-1400x694.jpg" alt="" class="wp-image-89096" srcset="https://www.cdcosmos.com/wp-content/uploads/2023/02/moonage-daydream-2-1400x694.jpg 1400w, https://www.cdcosmos.com/wp-content/uploads/2023/02/moonage-daydream-2-800x397.jpg 800w, https://www.cdcosmos.com/wp-content/uploads/2023/02/moonage-daydream-2-768x381.jpg 768w, https://www.cdcosmos.com/wp-content/uploads/2023/02/moonage-daydream-2-600x298.jpg 600w, https://www.cdcosmos.com/wp-content/uploads/2023/02/moonage-daydream-2.jpg 1500w" sizes="auto, (max-width: 1400px) 100vw, 1400px" /></figure>



<p>ใครที่ชอบสารคดีทางเลือกแบบ <em>‘The Velvet Underground’</em> ทาง Apple TV+ ที่ก็เล่าผ่าน archive ซะเยอะ ก็ถือว่า <em>‘Moonage Daydream’</em> เป็นตัวเลือกที่น่าสนใจ แม้ประเด็นจะไม่ได้หวือหวาหรือทำให้ค้นพบอะไรใหม่ ๆ ในเชิงลึก (หรือข้ามบางช่วงบางตอนไป แต่นั่นก็เป็นสิทธิ์ของผู้กำกับที่จะหยิบเรื่องใดมาเล่า) แต่มุมมองของ Brett Morgen ที่คิดว่า ถ้า <strong>David Bowie</strong> กลายมาเป็นผู้บรรยายชีวิตของเขาเองมันน่าจะเป็นในลักษณะนี้ก็น่าสนใจ สำหรับบางคนอาจจะยาวไปนิด ควรเตรียมจิตและปล่อยใจให้โล่ง ๆ ไว้ตอนดู ลองพิสูจน์ได้ในสตรีมมิงเซอร์วิสที่คุณ subscribe ได้เลย</p>



<p><a href="https://www.cdcosmos.com/cosmos-theory/school-of-rock/" target="_blank" rel="noreferrer noopener">ครบรอบ 20 ปี! ทำไม School of Rock (2003) ถึงอยู่ในใจชาวร็อกมาตลอด</a></p>



<p><a href="https://www.cdcosmos.com/cosmos-review/crying-in-h-mart/" target="_blank" rel="noreferrer noopener">Crying in H Mart ความทรงจำแสนอบอุ่นและรวดร้าวที่เล่าผ่านมื้ออาหารของแม่</a></p>
<p>The post <a href="https://www.cdcosmos.com/cosmos-review/moonage-daydream-david-bowie/">‘Moonage Daydream’ (2022) ท่องไปในความคิดของ David Bowie ผ่านสารคดีสุดพรึงเพริด</a> appeared first on <a href="https://www.cdcosmos.com">cdcosmos</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
